สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการตัดสินใจระงับภาษีนำเข้าเนื้อวัวชั่วคราว ว่ารัฐบาลต้องการลดราคาเนื้อวัวเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการ


ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐจะอนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวบดได้สูงสุด 300,000 ตัน ในช่วง 90 วัน โดยไม่เรียกเก็บภาษีนอกโควตา แต่ไม่เปิดเผยว่ารัฐบาลบรรลุข้อตกลงกับประเทศใดบ้าง โดยระบุเพียงว่าจะเป็นเนื้อวัวคุณภาพสูงที่ตลาดสหรัฐต้องการ


สมาคมผู้เลี้ยงโคและผู้ผลิตเนื้อวัวแห่งชาติสหรัฐออกมาคัดค้านมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคไม่ได้เรียกร้องให้นำเข้าเนื้อวัวเพิ่ม และเตือนว่า การเปิดทางให้สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขัน อาจบั่นทอนเกษตรกรและผู้เลี้ยงโคในประเทศ และไม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด


ด้านนายชัค แกรสลีย์ วุฒิสมาชิกอาวุโสจากรัฐไอโอวา สังกัดพรรครีพับลิกัน และประธานชั่วคราวของวุฒิสภาสหรัฐ แสดงความกังวลต่อตลาดโค หลังโรงงานผลิตเนื้อวัวของไทสัน ที่รัฐอิลลินอยส์ ปิดกิจการเมื่อต้นเดือน ส.ค. แกรสลีย์เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้เลี้ยงโคอเมริกัน และเดินหน้าขยายฝูงโคภายในประเทศ


ขณะที่นายทิม ชีฮี วุฒิสมาชิกรัฐมอนแทนา ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันเช่นกัน กล่าวว่า เขาเคยเตือนทรัมป์ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาไม่ให้ดำเนินมาตรการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ผู้เลี้ยงโคอเมริกันเผชิญปัญหาการผูกขาดของผู้แปรรูปเนื้อวัวมานานหลายทศวรรษ และการนำเข้าเพิ่มเติมอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง


อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์ยังคงสนับสนุนเกษตรกรและผู้เลี้ยงโค พร้อมเร่งดำเนินมาตรการเพิ่มขนาดฝูงโคของสหรัฐ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ และย้ำว่า การผ่อนคลายภาษีนำเข้าเนื้อวัวเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อรับมือปัญหาอุปทานตึงตัวในระยะสั้นเท่านั้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES