สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า ผลผลิตกาแฟโรบัสตาของเวียดนามในฤดูกาล 2569/70 อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้
ข้อมูลจากสมาคมกาแฟและโกโก้เวียดนาม ระบุว่า ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากพื้นที่เพาะปลูกซึ่งได้รับการปลูกทดแทนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่ระยะที่ให้ผลผลิตสม่ำเสมอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงจากเอลนีโญ โดยเฉพาะพื้นที่สูงตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งมีความเปราะบางต่อสภาพอากาศรุนแรงในช่วงสำคัญของวงจรการเพาะปลูก
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องที่เวียดนามจะรอรับมือในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อรักษาผลผลิตกาแฟ
Vietnam's 2026/27 robusta coffee crop could see a slight increase in output, though the threat posed by this year's El Niño should not be underestimated, Thai Nhu Hiep, vice chairman of the Vietnam Coffee-Cocoa Association, told Reuters.
— Tuoi Tre News (@VietNewsGateway) August 22, 2026
Read more: https://t.co/99tcHpBQmp pic.twitter.com/5okhd53a77
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมกาแฟเวียดนามร่วมมือกับเกษตรกร พัฒนากาแฟโรบัสตาสเปเชียลตีที่เน้นคุณภาพเพื่อสร้างการยอมรับให้เมล็ดกาแฟเวียดนาม ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดเฉพาะ แนวทางดังกล่าวน่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออก และทำให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
นอกจากนี้ เวียดนามกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อรองรับกฎของสหภาพยุโรป ( อียู ) เกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า ซึ่งมีเป้าหมายป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าจากพืชเศรษฐกิจ รวมถึงกาแฟ
ทั้งนี้ กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของอียู ( อียูดีอาร์ ) ซึ่งเลื่อนบังคับใช้มาแล้ว 2 ครั้ง กำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องต้องพิสูจน์ว่า ไม่ได้มาจากพื้นที่ซึ่งมีการตัดไม้ทำลายป่าในช่วงที่ผ่านมา
แวดวงอุตสาหกรรมของเวียดนามมองว่า ทุกฝ่ายไม่ควรกังวลว่า อียูดีอาร์จะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก แต่ควรมองว่า เป็นโอกาสให้เวียดนามพัฒนาห่วงโซ่อุปทานกาแฟที่โปร่งใส ยั่งยืน และมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นในระยะยาว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



