สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองฟลอริเดีย เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า 5 ปีหลังจากเมืองฟลอริเดียสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของยุโรป ชาวเมืองกำลังเผชิญกับความร้อนในรูปแบบที่แตกต่างออกไป โดยไม่ได้วัดความรุนแรงจากตัวเลขอุณหภูมิสูงสุดอีกต่อไป แต่ดูจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวัน ทั้งการต้องอยู่แต่ภายในอาคาร การพบปะสังสรรค์ที่ลดลง และผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ


เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2564 สถานีบริการข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกษตรซิซิลี ตรวจวัดอุณหภูมิได้ 48.8 องศาเซลเซียส ในพื้นที่โมนาสเตรี ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองฟลอริเดียประมาณ 5 กิโลเมตร และในปี 2567 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รับรองตัวเลขดังกล่าวว่า เป็นอุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกได้ในยุโรปภาคพื้นทวีป และสถิติดังกล่าวยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน


สถิติอุณหภูมิร้อนจัดเมื่อปี 2564 เคยทำให้เมืองฟลอริเดียกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในยุโรป แต่ชาวเมืองจำนวนมากในเวลานั้นคาดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฤดูร้อนที่ร้อนจัดกลับกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น


คลื่นความร้อนที่เกิดถี่ขึ้นและกินเวลานานขึ้น กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวเมืองที่มีประชากรราว 20,000 คน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะซิซิลี ถนนหนทางและลานสาธารณะที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงา โดยเฉพาะจัตุรัสโปโปโล ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์และเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ต้นปาล์ม และอาคารราชการ กลับแทบร้างผู้คนในช่วงกลางวัน


นางเซเรนา สปาดา สมาชิกสภาเมืองฝ่ายวัฒนธรรม กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดทำให้ผู้คนต้องปิดตัวเองอยู่ภายในบ้าน และในบางแง่มุมสถานการณ์กำลังคล้ายกับ “การล็อกดาวน์” อีกครั้ง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งไม่สามารถพาเด็กออกไปเล่นในสวนสาธารณะได้จนกว่าจะถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากอุณหภูมิอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย


เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 เมืองฟลอริเดียมีอุณหภูมิสูงถึง 33.3 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2504-2533 ถึง 4.1 องศาเซลเซียส สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่เพียงอุณหภูมิสูงสุดที่พุ่งขึ้นในช่วงหนึ่งหรือสองวัน แต่เป็นการที่อุณหภูมิสูงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือแม้กระทั่งหลายเดือน


นอกจากอุณหภูมิในช่วงกลางวันที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว อุณหภูมิในเวลากลางคืนก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ประชาชนแทบไม่มีช่วงเวลาพักจากความร้อน ปาซอตติระบุว่า ในปีนี้บางพื้นที่ของเกาะซิซิลีพบจำนวนคืนที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ หรือ “คืนเขตร้อน” และ “คืนเขตร้อนรุนแรง” เพิ่มขึ้นอย่างมาก


เกาะซิซิลีจึงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่แนวหน้าของยุโรป ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากคลื่นความร้อนแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเผชิญภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ทั้งภัยแล้ง ไฟป่า และฝนตกหนัก โดยเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ไซโคลนแฮร์รีทำให้เกิดคลื่นสูงเป็นประวัติการณ์ 16.66 เมตร ในบริเวณทะเลระหว่างซิซิลีกับมอลตา


ขณะเดียวกัน ไฟป่าก็สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลการวิเคราะห์ของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า ระหว่างเดือนม.ค.-ก.ค. ปีนี้ เกาะซิซิลีมีพื้นที่ถูกไฟไหม้คิดเป็นราว 70% ของพื้นที่ถูกไฟไหม้ทั้งหมดในภาคใต้ของอิตาลี


ขณะที่ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของซิซิลี กำลังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน พื้นที่รอบเมืองฟลอริดียาสูญเสียรังผึ้งมากกว่า 3,000 รัง ส่งผลให้ผลผลิตน้ำผึ้งลดลงถึง 80% เมื่อปี 2564


การลดลงของประชากรผึ้งและจำนวนผู้เลี้ยงผึ้ง รวมถึงการสูญเสียแมลงผสมเกสรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างแพร่หลาย กำลังส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และกระทบต่อคุณภาพและผลผลิตทางการเกษตร


จากเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกจดจำจากสถิติอุณหภูมิสูงสุด เมืองฟลอริเดียกำลังเผชิญความจริงอีกด้านของวิกฤติสภาพภูมิอากาศ นั่นคือ ความร้อนจัดไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่สร้างสถิติใหม่ แต่กำลังค่อย ๆ กลายเป็นเงื่อนไขถาวรที่เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ และวิถีชุมชนของผู้คนบนเกาะซิซิลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS