นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ภายหลังน้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน เมื่อวันที่ 19-21 ส.ค. 2569 และมีการรายงานข่าวว่า สำรวจพบรอยแตกร้าวหลายจุด และการทรุดตัวบริเวณด้านทิศตะวันออกของอุโบสถวัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน สร้างความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างในระยะยาว และหวั่นว่าวัดภูมินทร์โบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองจะได้รับความเสียหายนั้น ตนได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.น่าน เข้าไปสำรวจโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมทั้งวัดภูมินทร์แล้วเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าระดับน้ำที่ท่วมในครั้งนี้ไม่ได้ทำความเสียหายกับโบราณสถาน และภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ ส่วนรอยร้าวที่ปรากฏเป็นรอยเดิมกับที่ตรวจพบภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2568 ซึ่งเป็นรอยร้าวที่ชั้นผิวไม่กระทบถึงโครงสร้างภายใน

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ หลังน้ำท่วมปีที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้มอบหมายให้วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถานสำรวจโครงสร้างอุโบสถวัดภูมินทร์โดยละเอียด ทั้งขุดตรวจทางโบราณคดีเพื่อหาข้อมูลรายละเอียดของฐานรากและโครงสร้างของอาคารไปแล้วเมื่อปลายปี 2568 ผลการตรวจสอบพบว่า รอยแตกร้าวรอบอุโบสถ เกิดขึ้นบริเวณฐานบัว ประตูและบันไดทางเข้า โดยสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากการทรุดตัวไม่เท่ากันของอุโบสถ และพื้นลานโดยรอบ เนื่องจากอาคารอุโบสถมีน้ำหนักมาก จึงเกิดการทรุดตัวที่มากกว่าพื้นลาน ทำให้เกิดการแตกร้าวที่ฐานบัวโดยรอบ แต่อุโบสถทรุดพร้อมกันทุกด้านจึงเกิดการแตกร้าวที่ตัวอุโบสถเล็กน้อย และเกิดเฉพาะที่บริเวณฐานบัวโดยรอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแบบเพื่อเตรียมการบูรณะ โดยมีแนวทางในการอนุรักษ์ระยะเร่งด่วน ได้แก่ การแก้ไขโดยการเสริมฐานรากที่ผนังอุโบสถ และอาจตัดแยกโครงสร้างของอุโบสถและลานโดยรอบ เพื่อแยกการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน และการดำเนินการในระยะต่อไป วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน อาจจะพิจารณาปรับดีด เพื่อยกปรับระดับเสริมฐานรากเสาเข็ม ทั้งผนังอุโบสถ เสารับโครงหลังคา และองค์พระประธาน ต่อไป

“ยืนยันว่าโครงสร้างของอุโบสถวัดภูมินทร์ ยังคงมีความแข็งแรง โดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัดภูมินทร์มาอย่างต่อเนื่อง การบูรณะและปิดทองพระพุทธรูปภายในอุโบสถ เนื่องจากตระหนักดีว่าวัดภูมินทร์เป็นโบราณสถานสำคัญ รวมถึงกรมศิลปากรยังให้ความใส่ใจกับการบูรณะโบราณสถานอื่นๆ ใน จ.น่าน ด้วย” นายพนมบุตร กล่าว



