กรณีปมข้อพิพาทในกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ที่ทางทายาทของผู้บริจาคที่ดินให้วัดมีการดำเนินการฟ้องร้องเพื่อต้องการนำที่ดินกลับคืนมา หลังพบว่าหลังโฉนดที่ดินยังเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายจะออกมายืนยันตรงกันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของวัด แต่ทางทายาทก็ยังไม่ยอมหยุด โดยมีน.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” เป็นผู้ดำเนินการออกมายื่นเรื่องไปยังหน่วยงานต่างๆ นั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ได้เข้าเขียนคำร้องขอคัดสำเนาเอกสารตรวจสอบการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น โดยมีนายธีรเดช จันทรัตน์ ผอ.สำนักงานผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ประสานงานในการดำเนินการเขียนคำร้อง
จากนั้น น.ส.ชมมณี กล่าวว่า ได้มาเขียนคำร้องเพื่อจะขอคัดสำเนาเอกสารตรวจสอบมีอยู่ 2 เรื่อง ขอจัดตั้งวัดป่าอดุลยารามทั้งหมด และหนังสือถวายฎีกา เรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งได้รับแจ้งมาว่าได้มีการตอบหนังสือถวายฎีกามาที่พศ.แล้ว และทางพศ.นัดให้มารับเอกสารในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 13.00 น. ซึ่งการจะตรวจสอบก็ต้องเห็นก่อนว่า เอกสารทั้งหมดเป็นอย่างไร เราต้องได้ดูก่อนถึงจะรู้ ทางครอบครัวทายาทไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าเราตรวจสอบก่อนว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร ก็ต้องตามหาความจริง ไม่ได้ว่าจะไปรังแกพระ ไม่ต้องไปถล่มกันมาก โซเชียลเล่นงานครอบครัวทายาทจนล้มป่วยกันแล้ว หนักแล้ว ตนเคยมาที่พศ.บ่อย ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมให้เอกสาร เราก็สงสัยเพราะว่าไม่ชอบมาพากล วันที่ 21 ส.ค.จะได้รู้ว่าหลักฐานเป็นอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมาเคยมาขอถ่ายสำเนาหลายครั้งแล้ว ก็เหมือนกับบ่ายเบี่ยงไปมา ก็เลยทำให้เราคาใจ เพราะว่าทุกอย่างจะรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ในสังคมนี้ต้องได้รับการตรวจสอบ ถ้าเราผิดเราก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าว่าทางวัดผิด มันก็เป็นเรื่องของวัด ไม่ได้มีอะไรมาก

เมื่อถามว่ารู้หรือไม่ที่ดินดังกล่าวเคยเป็นป่าช้ามาก่อน น.ส.ชมมณี กล่าวว่า ไม่ใช่สาธารณะ มันเป็นที่จับจองเป็นของนายเฮียง โฉนดก็ออกมาถูกแล้ว ซึ่งมันอาจจะเป็นป่าสมัยก่อน ตรงไหนมันก็เป็นป่า ในการที่จับจองที่มันก็เป็นป่า แต่ว่าเป็นป่าแล้วถ้าใครจับจองได้คนนั้นก็ย่อมได้สิทธิ วันที่ 21 ส.ค. มาดูกัน ส่วนเรื่องหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นนั้น ยังไม่ได้รับ ขอดูหนังสือหมายเรียกก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ส่วนที่อยากเข้าพบนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องห่วง ได้เจอแน่ และจะถามเพื่อให้กระจ่างต่อสังคม
ส่วนกรณีที่บอกจะยอมถอยเมื่อผลตรวจสอบออกมาถูกต้องทุกอย่าง น.ส.ชมมณี กล่าวว่า ครอบครัวเรากำลังตามหาพิสูจน์ว่า ที่นี่เป็นวัดจริงๆ หรือไม่ เราไม่ได้ต้องการจะเอาที่ดินอะไร ทำไมในวัดถึงมีสิ่งของที่ไม่ชอบมาพากลเยอะ แล้วก็ตรวจสอบว่าใครผิด ใครถูก ส่วนที่ถามว่า หากวัดตั้งถูกต้องจะมีการไปขอขมาทางเจ้าอาวาสหรือไม่ น.ส.ชมมณี ตอบว่า ตรวจก่อน ค่อยว่ากัน เราไม่ใช่โจร เราไม่ได้โหดร้ายอะไรหรอก แต่ว่าตรวจสอบก่อน ก่อนที่จะประณามเรา ตรวจสอบเสียก่อน



