เร็ว ๆ นี้เห็นข่าวใหญ่เรื่องลอนดอนฉลองความสำเร็จผังเมืองจักรยาน ที่เริ่มเมื่อ 10 ปีที่แล้ว นายกเทศมนตรีทดลองสร้างทางจักรยานแก้ปัญหารถติด จาก 50 กิโลเมตรในปี 2016 ปัจจุบันลอนดอนเพิ่มเส้นทางจักรยาน เชื่อมรอบเมืองยาวกว่า 450 กิโลเมตร แก้ปัญหาการเดินทางของคนเมือง และลดคาร์บอนสู่ Net Zero มหานครยั่งยืน

จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเมืองที่ว่า “จักรยานไม่เพียงมีไว้ขี่เล่นออกกำลังกาย แต่เป็นระบบขนส่งมวลชนคาร์บอนต่ำสุด” แรงผลักดันสำคัญมาจากปัญหารถติดขั้นวิกฤติ มลพิษทางอากาศพุ่ง ค่าครองชีพทะยานสูง และก๊าซเรือนกระจกหนาแน่น เมืองจึงตั้งโจทย์ใหม่ว่า “ต้องทำให้การเดินทางด้วยจักรยานปลอดภัย และสะดวกสบายกว่าการขับรถ”

เริ่มจากโซนที่รถติดหนักที่สุด การจราจรติดนาน โดยเลือกเขตลอนดอนชั้นใน และย่านศูนย์กลางธุรกิจ เปลี่ยนจากการ “ตีเส้นบนถนนชั่วคราว” มาเป็น “การออกแบบเลนจักรยานถาวร” มีที่กั้นออกจากช่องจราจรของรถยนต์เพื่อความปลอดภัย แล้วใช้กลยุทธ์ทั้ง “แรงจูงใจ (Pull)” และ “มาตรการบีบบังคับ (Push)” เช่น “โครงการ Cycle to Work” รัฐให้ประชาชนผ่อนจักรยานแบบปลอดภาษี ทำให้ซื้อได้ถูกลง 25–45% มีการทดลองใช้ฟรี 1–2 เดือนใน “โครงการ Try Before You Buy” เพิ่มด้วยมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ ขยายเขตเร่งด่วน เก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้น
ผลลัพธ์คือปริมาณการปั่นจักรยาน พุ่งสูงขึ้น 43% มากกว่า 1.5 ล้านเที่ยวต่อวัน และผู้ใช้งานขยายจากกลุ่มคนทำงานผู้ชายไปสู่เด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุอย่างเห็นได้ชัด

เสียงสะท้อนจากคนเมือง ฝั่งสนับสนุน 70% ชื่นชอบเพราะเดินทางปลอดภัยขึ้น ประหยัดค่าเดินทาง และสุขภาพดีขึ้น ฝั่งคัดค้าน 30% กลุ่มคนขับรถยนต์คัดค้านในช่วงแรก เพราะเลนจักรยานไปลดช่องจราจร ทำให้รถติดหนักขึ้นช่วงแรก
กทม. น่าจะทำได้เช่นกัน ถือเป็นโครงการ “ซูเปอร์เส้นเลือดฝอย” เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟ รถเมล์ รถราง เรือ แก้ปัญหา “ไมล์แรก และสุดท้าย ของการเดินทาง” ถ้าถอดบทเรียนลอนดอน พญาไท อารีย์ หรือสุขุมวิทชั้นในอโศก พร้อมพงษ์น่าจะนำร่องได้ เพราะมีความหนาแน่นของที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ และร้านค้าสูง ระยะทางจากซอยมายังรถ ไฟฟ้าอยู่ในระยะ 1-2 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะกับการปั่นจักรยาน หรือทางเลียบคลองแสนแสบที่ทำไว้บ้างแล้ว แล้วค่อยขยายออกไป

ฝากความคิดเล็ก ๆ นี้ไว้กับท่านผู้ว่าฯ และรองยั่งยืนนะครับ ชาวจักรยานรอความหวังจากท่านมานานแล้ว.



