จากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่านที่กำลังเร่งเข้าสู่ระยะฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน ภายหลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รัฐบาลได้กำชับให้เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร และย้ำว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาเอกสารในส่วนที่รัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลได้

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวว่า บทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมน่านสะท้อนให้เห็นชัดว่า ในเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ระบบราชการต้องทำหน้าที่ลดภาระ ไม่ใช่เพิ่มภาระ โดยเฉพาะกระบวนการช่วยเหลือที่ต้องอาศัย อปท. เป็นกลไกสำคัญในการรับเรื่อง สำรวจความเสียหาย และส่งต่อการช่วยเหลือถึงประชาชนในพื้นที่ เมื่อเกิดน้ำท่วม ประชาชนบางคนบ้านเสียหาย ทรัพย์สินเสียหาย บางครอบครัวกำลังหาที่อยู่ใหม่ สิ่งที่รัฐต้องคิดคือทำอย่างไรให้ความช่วยเหลือไปถึงเขาเร็วที่สุด ไม่ใช่ให้เขาต้องเดินทางหลายรอบเพื่อหาเอกสารที่หน่วยงานรัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว

รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินทดรองราชการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดน่านอีก 100 ล้านบาท และเปิดทางให้สามารถดำเนินการบางรายการนอกเหนือหลักเกณฑ์ได้ตามกรอบที่กำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ไม่ให้บทเรียนจาก จ.น่าน จบลงเฉพาะพื้นที่ จ.น่าน แต่ต้องนำมาปรับปรุงระบบการทำงานของท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งประชาชนต้องการความรวดเร็วมากกว่าปกติ

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แนวทางที่ต้องการให้ สถ. และ อปท. ให้ความสำคัญ ประกอบด้วย 1.ข้อมูลที่รัฐมีแล้ว ต้องไม่เรียกจากประชาชนซ้ำ ลดการถ่ายสำเนาและการเดินทางมาติดต่อหลายครั้ง 2.อปท. ต้องเป็นด่านหน้าของประชาชนเมื่อเกิดภัย อปท. ต้องสามารถรับเรื่อง สำรวจความเสียหาย ประสานหน่วยงาน และติดตามการช่วยเหลือ ประชาชนไม่ควรถูกปล่อยให้เดินเรื่องเองระหว่างหลายหน่วยงาน

3.ลดขั้นตอน แต่ต้องมีหลักฐานการช่วยเหลือที่รวดเร็วต้องเดินคู่กับความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างมั่นใจ และประชาชนได้รับความเป็นธรรม 4.จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การแก้ระบบ สถ. ต้องนำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากพื้นที่มาทบทวนเป็นแนวทางกลาง เพื่อให้ อปท. ทั่วประเทศสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้เป็นรายกรณี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ว่า รัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ไปจะมีการสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอุทกภัยขนาดใหญ่เช่นนี้ รัฐบาลจะเร่งรัดเงินเยียวยาให้กับประชาชนอย่างเร็วที่สุด โดยเงินเยียวยาเบื้องต้น จำนวน 9,000 ล้านบาท ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะมีการเร่งรัดกระบวนการแล้ว คาดว่าวันนี้จะมีการเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะลงนามก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 25 ส.ค. เพื่ออนุมัติงบกลางในการเยียวยาประชาชน

ขณะที่เงินเยียวยาผู้เสียชีวิตในพื้นที่ จ.น่าน 2-3 คน มี 2 ส่วน คือ อนุมัติงบกลาง โดย ปภ. จะเป็นผู้เสนอมายัง ครม. และอีกส่วนมาจากเงินกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี ตนได้หารือกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีเกณฑ์ที่ชัดเจน รายที่ประสบอุทกภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุน จำนวน 80,000 บาท ซึ่งรวมเงินจากกองทุน และงบกลางฉุกเฉินแล้ว น่าจะได้อยู่ที่ 300,000 กว่าบาท 

นายภราดร กล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ในการซ่อมแซมบ้านเรือนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจะใช้เกณฑ์ของ ปภ. เดิม ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสำรวจ เพื่อจะดูความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับ ปภ. ซึ่งตามกระบวนการแล้ว ท้องถิ่นจะต้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ก่อนจะประเมินตามสภาพความเป็นจริง