สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า ท่ามกลางความโกรธแค้นในหมู่เจ้าของบ้าน และเจ้าหนี้จำนวนมาก ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่า เหตุใดนายสวี่ เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งและประธานของเอเวอร์แกรนด์ จึงไม่ได้รับโทษประหารชีวิต หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ไปจนถึงการติดสินบน

6 ปีหลังหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของจีน ได้ปราบปรามภาคอสังหาริมทรัพย์ ความเจ็บปวดยังคงดำเนินต่อไป บ้านที่สร้างไม่เสร็จหลายล้านหลังถูกปล่อยทิ้งร้างทั่วประเทศ ขณะที่ราคาบ้านใหม่ในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ได้หยุดชะงัก ส่วนยอดขายที่ดินยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และยอดขายและการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ จีนจึงต้องพึ่งพาการส่งออกมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อการเติบโต ทำให้การเกินดุลการค้าของจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ความตึงเครียดทางการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะสินค้าจีนราคาถูกทะลักเข้าสู่ตลาด หรือ “China Shock 2.0” ภายในประเทศคู่ค้า และกลุ่มประเทศโลกใต้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พยายามที่จะเปลี่ยนเส้นทางการให้สินเชื่อจากธนาคาร และการสนับสนุนจากภาครัฐ ไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ เช่น หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ แต่ภาคส่วนเหล่านั้นยังมีขนาดเล็กเกินไป ที่จะชดเชยผลกระทบจากภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัย

เนื่องจากบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ผิดนัดชำระหนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยคาดว่าภาคส่วนนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ต้องใช้เวลา 18 เดือน ในการระบายสต๊อกที่อยู่อาศัย ขณะที่ราคาบ้านต้องลดลงอีก 40% จากระดับปี 2568 เพื่อให้ถึงจุดสมดุล โดยกระบวนการนี้อาจใช้เวลาอีก 10 ปี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS