วันนี้ (17 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับกระแสการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชีย โดยในประเทศจีน กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ “ทัวร์หายนะ” และยินดีจ่ายเงินเพื่อสัมผัสประสบการณ์ภัยพิบัติจำลอง เช่น พายุไต้ฝุ่น น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมฝึกฝนทักษะการเอาชีวิตรอดไปในตัว

ศูนย์จำลองภัยพิบัติธรรมชาติแห่งแรกของจีนอย่าง “ลวี่ซิง เบส” ในเมืองหางโจว กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ นับตั้งแต่เปิดให้บริการช่วงปลายปี 2567 โดยคิดค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่คนละ 899 หยวน (ประมาณ 4,200 บาท) และมีแพ็กเกจครอบครัวในราคาเกือบ 5,000 หยวน (ราว 24,000 บาท) โดยมีข้อกำหนดว่าเด็กอายุ 6 – 14 ปี สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นบางอย่าง

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของศูนย์ฯ จะต้องสวมชุดป้องกันและหมวกกันน็อก เพื่อเผชิญกับแรงลมจำลองที่พัดด้วยความเร็วถึง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกระแสน้ำไหลทะลักระดับคอในลานจอดรถใต้ดินจำลอง โดยมีผู้ฝึกสอนคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งนับตั้งแต่เปิดทำการ ศูนย์ฯแห่งนี้มีผู้สนใจเข้าใช้บริการแล้วมากกว่า 160,000 ครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เสน่ห์ของการท่องเที่ยวรูปแบบนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เผชิญหน้ากับวิกฤตที่รู้สึกอันตรายจริง แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมและสามารถเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย 

ศาสตราจารย์จางยง จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอู่ฮั่น อธิบายว่า การพิสูจน์ศักยภาพในการเอาชีวิตรอดได้ทันทีนั้น ดึงดูดใจผู้คนที่ต้องเผชิญความกดดันจากการแข่งขันและการใช้วิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี 

แรงบันดาลใจในการสร้างสถานที่แห่งนี้มาจากสองสามีภรรยา “จางซินอวี่” และ “เหลียงหง” นักผจญภัยชื่อดังของจีน ที่ต้องการถ่ายทอดทักษะการเอาชีวิตรอดและปลูกฝังความเคารพต่อธรรมชาติแก่สังคม

ผู้ร่วมกิจกรรมฝึกการเผชิญหน้ากับน้ำท่วมที่ไหลบ่าเข้าหาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมดังกล่าวก่อให้เกิดการถกเถียงในเชิงจริยธรรมอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นเรื่องดีในการฝึกทักษะรับมือภัยพิบัติจริง ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามว่าการนำภัยพิบัติมาทำเป็น “ความบันเทิง” อาจเป็นการด้อยค่าความเจ็บปวดของผู้ที่เคยประสบภัยจริงในชีวิตหรือไม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่รำลึกเหตุการณ์จริงที่เปิดให้เข้าชมฟรี เช่น พิพิธภัณฑ์เหยื่อการสังหารหมู่นานกิง หรืออนุสรณ์สถานแผ่นดินไหวเหวินฉวน ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า สถานที่ทางประวัติศาสตร์จริงยังคงทรงคุณค่าในการเรียนรู้เรื่องชีวิต และช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ในครอบครัว และอัตลักษณ์ทางสังคมได้ลึกซึ้งกว่า

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : REUTERS