จากกรณีที่นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ระดับตำนาน “สุนารี ราชสีมา” ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา และได้เข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้อย่างละเอียด พร้อมผ่าตัดชิ้นเนื้อที่อุดตันลำไส้ไปตรวจว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
โล่งอก! “สุนารี ราชสีมา” ผ่าตัดปลอดภัย ออกจากห้อง ICU แข็งแรงดีกำลังเริ่มกายภาพแล้ว

ล่าสุด สุนารี ได้ออกมาเปิดใจอัปเดตสุขภาพเป็นครั้งแรกในงานเปิดตลาดอร่อยสามแม่ โดยสุนารี เผยว่า “ช่วงนั้นเดือนกรกฎาคม อยู่ๆ ก็ปวดท้องจี๊ดๆ ดีใจว่าตัวเองจะขี้ออกแล้ว พอเข้าห้องน้ำมันก็ออกนะ แล้วไส้มันบิดเลย ซึ่งเราก็นึกว่าอาหารเป็นพิษ แต่ปรากฏว่ามันปวดหนักมาก ก็เลยต้องไปโรงพยาบาล พอถึงโรงพยาบาลหมอก็ดูแลเบื้องต้น มันก็ปวด แล้วมันก็เริ่มถ่าย เราก็เลยรู้สึกว่าอาหารเป็นพิษแน่ๆ แต่ปรากฏว่ามันปวดทั้งวันทั้งคืนเลย พอรุ่งขึ้นหมอก็ทำการส่องกล้อง ก็เลยไปเจอว่าลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างรุนแรง จนขาดเลือด แล้วก็ไปเจอก้อนเนื้อก้อนหนึ่งที่มันไปอุดตันลำไส้ใหญ่ เลยทำให้เหลือหลอดเล็กๆ ประมาณหลอดยาคูลท์ เหลือช่องแค่นั้นที่ทำให้ผ่านได้แค่นั้น
ซึ่งก่อนหน้านี้แม่เป็นคนกินน้ำน้อย แล้วกินอาหารรสจัด กินผักก็จริง แต่น้ำกินน้อยมาก แล้วเป็นคนที่ถ่ายยากมานานนม ด้วยอาชีพของเราที่ทำงานอยู่บนรถ ทำเวลานู่นนี่นั่น บางทีกินเสร็จพอจะกินน้ำก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะต้องจอดปั๊มเยอะ เพราะเราต้องทำงานแข่งกับเวลา บางทีปวดอึพอไหวก็อั้นไหว 40 กว่าปีก็ทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา
พอมาย้อนทุกอย่างเหตุการณ์ที่มันมาเกิดเมื่อวันที่ 24 ก็เลยรู้แล้วว่า เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราล้วนๆ ก็โอเค หมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อ จนมันหายอักเสบ แล้วหมอก็ถามว่าแม่จะเอายังไง มันเหมือนต้องผ่าตัด เอาชิ้นเนื้อนี้ทิ้งไป แล้วก็ไปตรวจ ส่องกล้องแล้วเอาไปตรวจ ในระหว่างนั้นเราก็กลับบ้านมาก่อน เพราะว่ารอวันหมอนัดเพื่อที่จะผ่าตัด ก็บอกกับหมอแล้วว่า มันจะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่เป็น แม่ก็ต้องเอาออก เพราะว่าก้อนมันใหญ่เกินไป เผื่อถ้าเก็บไว้แล้ววันหนึ่งใช้ชีวิตลำบาก มันก็อาจจะมีผลในวันหน้า ก็ไม่เป็นไร เราก็ยอมรับมัน ถ้ามันจะเป็นก็เป็น ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไร

สรุปแล้ววันที่เก้าก็ผ่า ผ่าตัดไส้ ตัดส่วนนั้นออกที่มันตัน แล้วก็ตัดเผื่อนิดหน่อย แล้วก็ต่อ ซึ่งผลออกมาก็ไม่มีอะไร ถามว่าความยาวที่ตัดออกไปประมาณเท่าไหร่ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะประมาณ 10 เซนหรือ 12 เซน ซึ่งของแม่มันโชคดีที่ว่ามันเป็นช่วงกลางๆ ของลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าเป็นช่วงท้ายๆ อาจจะต้องมีถุงอุจจาระข้างนอก แต่อันนี้คือโชคดีมาก ซึ่งก้อนเนื้ออันนี้ก็ไม่เป็นไรเลย มันไม่เป็นตั้งแต่แรกแล้ว ตอนแรกเราก็กังวล แต่แม่ก็ทำใจแล้วเป็นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเราก็ต้องตัดออก แล้วเราก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนหน้านี้เราก็มีไปไหว้ย่าโม ไปทำบุญไหว้พระ แล้วก็ขอแค่อย่าเป็นโรคร้ายหรือเนื้อร้ายเลย แต่ถ้ามันจะเป็นก็ไม่ได้เสียสตินะ เราก็มีสมาธิ
แต่ตอนนี้ก็สบายใจมากเลย ถึงได้ทำคลิปเฮฮาออกมา คือเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตั้งแต่แรก ส่วนน้ำหนักเราก็ลงมาเกือบ 20 กิโล ถามว่ากินได้ไหม จริงๆ มันจะเป็นสองช่วงนะ ตอนที่รักษาลำไส้อักเสบก่อนผ่าตัด ประมาณสามวันสี่วันก็ไม่ได้กินข้าว เขาจะให้สารอาหารทางน้ำเกลือ ช่วงนั้นก็ลงเยอะมาก แล้วอาหารของโรงพยาบาลมันเป็นอาหารที่ดี แต่มันจะไม่อร่อยกับเรา ซึ่งมันก็จะเหม็นไข่เหม็นข้าวต้ม เหม็นกลิ่นซอส โภชนาการที่ดีของเขา เราก็กินได้สองสามคำ แต่พอกลับมาบ้านเราก็ทำอาหารที่เราอยากกิน แต่ไม่ใส่พริก ไม่กินรสจัด ไม่กินเค็ม แล้วระบบขับถ่ายตอนนี้เช้ามาดื่มน้ำปุ๊บ มาเลย ไม่ต้องเบ่งไม่ต้องอะไรเขาจะไหลสวยๆ มาเลย
ถามว่ามันเกี่ยวกับการที่เราทานรสจัดไหม แม่ว่าทุกอย่างนะ รสจัดด้วย ถึงแม่จะเป็นคนกินผักก็ตาม สำคัญคือเรากินน้ำน้อยมาตลอดชีวิต แล้วกากมันสะสมมาหลาย 10 ปี เชื่อไหมว่าตอนที่แม่ถ่ายก่อนมันจะส่องกล้อง คือแม่ถ่ายท้องจนออกมาเหลือแต่น้ำใสๆ แต่หมอเขาจะให้ล้างท้องอีกทีก่อนที่จะเข้าส่องกล้องพรุ่งนี้เช้า คืนนั้นน้ำที่หมอให้กินประมาณ 2 ลิตรครึ่ง แม่กินได้หมดเลยใน 2 ชั่วโมง พอกินเข้าไปปุ๊บ สิ่งที่ก่อนหน้านี้เราถ่ายเหลือแต่น้ำใสๆ มันออกมาเป็นเศษอะไรที่ตกค้างในไส้เรา คิดดูว่ามันเกาะอยู่กี่ 10 ปี แม่อยากให้เคสของแม่เป็นเคสตัวอย่างนะ จริงๆ เราอาจจะกินอะไรก็ได้ แต่อย่ากินซ้ำๆ เดิมๆ นานๆ มันจะมีผล มันจะสะสม ต้องกินหลากหลาย ที่สำคัญคือดื่มน้ำเยอะๆ มากที่สุด

สุขภาพต่อไปเราก็จะเช็กเรื่อยๆ เราก็เหมือนแอบกังวล ไม่รู้ว่าวันหนึ่งมันจะอะไรยังไงหรือเปล่า ถามว่ามันจะมีการพัฒนาไปเป็นโรคร้ายหรือเปล่า ไม่มี หลังจากผ่าตัดมาแล้ว แม่ก็พยายามเดิน ตอนนี้แผลไม่ปวดแล้ว จะแค่รู้สึกหน่วงๆ เวลาเดินหรือไอหรือจาม แต่เรี่ยวแรงมันยังไม่คืน มวลกล้ามเนื้อแม่หายหมดเลย มันลงไปตั้งเกือบ 20 โล ภายในหนึ่งเดือน หลังจากนี้เขาก็จะนัดตรวจสามเดือนหกเดือนก็แล้วแต่ เมื่อวันที่ 22 ก็ไปดูแผล แกะแผลแล้ว ไปบอกลาผ้าก๊อซแล้ว ถามว่าครั้งนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ของเราไหม ถ้าผ่าตัดใหญ่น่าจะเป็นครั้งที่สอง เมื่อ 23-24 ปี ตอนที่แม่อายุ 25 เคยผ่าตัดรังไข่ เนื้องอกที่รังไข่ ถามว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ป่วยหนักไหม ก็ครั้งที่สองในชีวิต
ส่วนเรื่องงานเพลงงานคอนเสิร์ต อย่างวันนี้งานมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะเราแพลนไว้แล้ว แม่ก็มาทำเท่าที่แม่สามารถทำได้ เดินดูนู่นนี่นั่น เดี๋ยวก็จะมีแจมเพลงสักเพลง แต่แม่ได้กำลังใจเยอะมาก ทั้งเอฟซี แล้วตอนที่เสกมาคอมเมนต์ แล้วร้องไห้ แม่รักมัน เห็นน้องให้กำลังใจ เสกเป็นคนบ้านเดียวกัน (เสียงสั่น) คือน้องเขาก็เจออะไรเยอะแยะ แต่เขาก็ให้กำลังใจเรา เขาก็วิดีโอคอลมาหา เขาก็ห่วง เขาก็บอกว่าให้หายไวๆ นะพี่ เขาเป็นสุภาพบุรุษนะ น่ารัก แล้วตอนที่ตั๊กแซวว่าพอเขาไปแล้วไม่เห็นร้องเลย มันก็กวนตีxแม่ (หัวเราะ) แล้วพี่หม่ำก็เป็นคนแรกที่โทรฯ หา เพราะหลังจากโทรฯ ไปว่ามาผิดโรงพยาบาล วันรุ่งขึ้นจะส่องกล้อง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวพี่มา แล้วแกก็มาจังหวะที่เราเข้าห้องส่องกล้อง ก็ไม่เจอ แต่แกก็เอากระเช้ามาให้

ถามว่าตั๊กทำให้เราเจ็บแผลมากกว่าเดิมไหม เพราะเขามาสร้างสีสันให้เรา วันนั้นยังเจ็บเพราะแม่ยังไม่ผ่า แต่ตอนที่ผ่าแม่ก็สั่งที่ฟอนต์เลย ห้ามตั๊ก ศิริพร เข้ามาเยี่ยม แล้วมันก็วางแผนจะเข้ามาเยี่ยมแม่จริงๆ นะ ถ้ามันสำเร็จแม่ว่า แม่แผลแตกแน่นอน (หัวเราะ) ก็ขอบคุณเอฟซีทุกคน ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ในวงการ พี่ป้าน้าอาเอฟซีทุกคน น่ารักมาก เรารู้เลยว่าครั้งนี้ที่เราป่วยทุกคนที่รักเราเยอะ แล้วลูกชายก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเลย ช่วงนั้นฝนก็ชุกด้วย วิ่งเข้าวิ่งออก ตอนนั้นก่อนแม่ออกโรงพยาบาลสองวัน ก่อนที่จะผ่า เขาติดหวัด ทั้งพี่ทั้งน้องทั้งหลานเลย เราก็เลยบอกว่าไม่ต้องมานะ เดี๋ยวแม่ดูแลตัวเอง เพราะผ่าตัดเสร็จแล้วกลับบ้าน เป็นอาทิตย์ ลูกถึงได้มาเจอ
หลังจากนี้ถามว่าเราจะกินเผ็ดไหม จริงๆ หมอก็บอกว่ากินได้ แต่อย่ากินจัดมาก อย่ากินบ่อยมาก กินได้ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างต้องจัดบาลานซ์ให้ดี ถามว่าตอนนี้กลับมาทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว นี่เป็นงานแรกเลย ส่วนร่างกายตอนนี้ก็กลับมาประมาณ 70% หลังจากนี้ถามว่าจะไปหาหมออีกวันไหน ก็น่าจะพฤศจิกายน เราก็มีแปลงผักของเรานี่แหละที่คิดถึง คิดถึงมาก ขนาดออกมาตอนก่อนผ่าตัด ที่หมอให้มารอคิว แม่เอามันเทศมาเสียบ อาทิตย์เดียวมันงามมากเลย มันเทศญี่ปุ่นเสียบไว้ห้ากอง เดี๋ยวก็ขยายพันธุ์ต่อได้ มันงาม แต่เราไม่ได้ขุดเองนะ แค่วางๆ ให้หลานขุด กลบดินกลบอะไร เราก็ทำให้เรามีความสุขกับวันนี้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มีจริงหรือเปล่า ก็อย่างที่ “เร แม๊คโดแนลด์” เขาบอกแหละ ต้องใช้ชีวิตนะ ก็เสียใจกับการสูญเสียของเรมาก”




