สำหรับ ม.อ. “ความเป็นนานาชาติ” จึงไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทุกหลักสูตรให้สอนด้วยภาษาอังกฤษ แต่คือการสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงการเรียนการสอน งานวิจัย และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วโลก เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเติบโตในสภาพแวดล้อมระดับสากล
“ถ้าเรามองภาพที่ใหญ่ขึ้นของความเป็นสถาบันอุดมศึกษา เราจำเป็นจะต้องมีเครือข่าย หรือ Network ที่ให้คนทั้งโลกเข้ามาร่วมมือกับเรา หนึ่งในกลไกที่สำคัญมากก็คือการสร้างและพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ”

ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า ในอนาคต ม.อ. จะขยับการพัฒนาหลักสูตรไปสู่การเรียนรู้แบบ Multidisciplinary และ Interdisciplinary มากขึ้น เชื่อมหลายศาสตร์เข้าด้วยกันและเชื่อมโยงกับงานวิจัย เพราะหัวใจของการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก คือการสร้างบัณฑิตที่สามารถ “ตอบโจทย์โลก” ได้จริง
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการสร้าง Global Citizen ผ่านกิจกรรมนานาชาติ การเรียนร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ และการฝึกงานหรือสหกิจศึกษาในต่างประเทศ
“นักศึกษา ม.อ. มีโอกาสที่จะออกต่างประเทศไหม หรือมีโอกาสที่จะมีกิจกรรมในต่างประเทศไหม คำตอบคือโอกาสมีอยู่ตลอดเวลา”
นักศึกษาที่ได้รับโอกาสเหล่านี้ยังสามารถกลับมาเป็น “Change Agent” ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนนักศึกษาพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองในอนาคต
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริลักษณ์ บางโชคดี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรของ ม.อ. ใช้หลัก Outcome-Based Education มุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำผลลัพธ์จากการเรียนรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ พร้อมจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม

“เราอยากให้นักศึกษาทุกคนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และสื่อสารในการทำงานได้ อันที่สองคือทักษะความเป็นพลเมืองโลก หรือ Global Citizenship ที่นักศึกษาสามารถทำงานในบริบทที่มีผู้ร่วมงานหลากหลายวัฒนธรรมได้”
โอกาสของนักศึกษาไม่ได้มีเพียงในห้องเรียน หลายหลักสูตรมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศแบบ Double Degree ทั้งรูปแบบ 3+1 และ 2+2 รวมถึงโครงการ Exchange Student ที่เปิดโอกาสให้ไปเรียนต่างประเทศ 1 ภาคการศึกษาและนำหน่วยกิตกลับมาเทียบโอนได้ ตลอดจนทุน International Internship สำหรับฝึกงานในต่างประเทศ
“อยากชวนน้อง ๆ มาเรียนหลักสูตรนานาชาติของ ม.อ. เพื่อเปิดโอกาสในการทำงานในบริบทความเป็นสากลมากขึ้น มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี มีความเป็นพลเมืองโลก และทำงานได้ในหลายประเทศ”
หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนภาพความเป็นนานาชาติได้ชัดเจนคือ ม.อ. วิทยาเขตภูเก็ต ซึ่งมหาวิทยาลัยวางบทบาทให้เป็น “ประตูสู่นานาชาติ” ด้วยข้อได้เปรียบจากการตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันประมาณ 62% ของหลักสูตรที่วิทยาเขตภูเก็ตเป็นหลักสูตรนานาชาติ มีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 15% จาก 34 ประเทศ และระดับบัณฑิตศึกษามีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 80% ทำให้วิทยาเขตมีบทบาทเป็น International Program Hub โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว บริการ ธุรกิจระหว่างประเทศ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีดิจิทัล

“เราไม่ได้มองความเป็นนานาชาติเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษ แต่เชื่อมหลักสูตรเข้ากับอุตสาหกรรมที่มีลักษณะเป็น Global Industry และบริบทของภูเก็ตโดยตรง”
จุดแข็งสำคัญคือการใช้ภูเก็ตเป็น “ห้องเรียนจริง” นักศึกษาสามารถเรียนรู้จากธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การบิน อาหาร อีเวนต์ และบริการที่เชื่อมโยงกับตลาดโลก รวมถึงฝึกงานและสหกิจศึกษากับสถานประกอบการจริง
“จังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เพียงสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย แต่กลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีโจทย์จริง ผู้ใช้จริง ผู้ประกอบการจริง และข้อมูลจริง”
เป้าหมายต่อไปคือการยกระดับจาก International Campus สู่ International Education Hub ที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมนักศึกษาต่างชาติ แต่เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา องค์ความรู้ นวัตกรรม งานวิจัย และเครือข่ายระหว่างประเทศของภูมิภาคอันดามันและอาเซียน
ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า “หลักสูตรนานาชาติ” ของ ม.อ. มีความหมายมากกว่าการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่คือการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พบกับโลกจริง มีโอกาสเรียนและทำงานข้ามประเทศ เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม และพัฒนาตัวเองสู่การเป็น Global Citizen ที่พร้อมทำงานได้ในโลกที่พรมแดนทางการศึกษาและอาชีพกำลังเปิดกว้างขึ้นทุกวัน



