เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า เรื่องที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของกระทรวงแรงงานมี 2 เรื่อง คือจากการที่ผู้อำนวยการใหญ่แรงงานระหว่างประเทศ ได้ริเริ่มภาคีเครือข่าย ด้านความเป็นธรรมทางสังคมระดับโลก (Global Coalition for Social Justice) โดยขณะนี้มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า 400 หน่วย ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมจะนำเรื่องนี้ เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบ ที่จะเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสิทธิแรงงาน รวมถึงพัฒนาที่ยั่งยืน 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะเสนอ พ.ร.ก.การขยายความคุ้มครองของสำนักประกันสังคมในมาตรา 33 เนื่องจากมีกลุ่มอาชีพที่ถูกยกเว้นตาม พ.ร.ก.ประกันสังคม จึงต้องการขยายความคุ้มครองให้มากขึ้น โดย 3 กลุ่มที่จะได้รับเพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา 33 คือ ลูกจ้างของกลุ่มทำการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ กลุ่มลูกจ้างของแม่ค้าหาบเร่แผงลอย และกลุ่มลูกจ้างของกลุ่มที่เป็นแรงงานในครัวเรือนหรือแม่บ้าน เมื่อ พ.ร.ก. ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. และส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา จะมีระยะเวลาหลังจากประกาศตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นเข้าใจว่า 180 วัน หลังจากนั้น แรงงานทั้ง 3 กลุ่ม จะได้รับสิทธิในการเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดนจ่ายสบทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ เพื่อให้มีความมั่นคงในชีวิต  

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นการปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความรุนแรง โดยปรับเป็น 4 ด้านจาก 3 ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างมาตรการที่คุ้มครองรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การดำเนินการจะมีความเป็นธรรม และมีมาตรฐาน ที่สำคัญเรื่องของความรุนแรง ในครอบครัวจะเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ มีการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการใช้ความรุนแรงและสภาพของผู้ถูกกระทำ และกำหนดบทลงโทษที่มากขึ้น กรณีที่ทำซ้ำหรือกระทำต่อเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นโครงสร้างกฎหมายที่มีความชัดเจน ยืนยัน รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้ในสังคมมีข่าวลักษณะนี้จำนวนมาก ดังนั้นจะมีกฎหมายที่ทำให้คนไทยได้อยู่ในครอบครัวด้วยความมั่นใจ และมีความปลอดภัย