เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย กรณีพลเมืองดีร้องเรียนให้ตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังได้รับผลกระทบจากกลิ่นและน้ำเสีย จากการแปรรูปยางพารา พร้อมกำชับหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
“ผมยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้นายทุน หรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบครอง และใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ของประเทศโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นทุนกลุ่มใดหรือมีสัญชาติใด หากผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายสุชาติ กล่าว
จากข้อสั่งการดังกล่าว นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ร่วมกับชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานในพื้นที่ ลงตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน
ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์รวม 103 ไร่ 52 ตารางวา มีสิ่งปลูกสร้าง 27 รายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างละเอียด ก่อนพบไม่มีเอกสารอนุญาตให้บริษัทใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความกล่าวโทษ กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำนวน 6 ราย ได้แก่ นายหยาง ฝูเหวิน ประธานบริษัท นายหลักชัย กิตติพล กรรมการกิตติมศักดิ์ นายว่าน ต้าซาน นายโจ ปิงซิง น.ส.หยวน หยวน และนายหวัง เหลียง กรรมการบริษัท โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลสัญชาติจีน ในฐานความผิดเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. จะเดินหน้าจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ไม่ปล่อยให้นายทุน เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อให้ผู้กระทำผิดและบริวารหยุดดำเนินการ และออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป



