สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ  เพื่อเชื่อมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมเข้ากับความแข็งแกร่งของแลนด์มาร์กระดับโลก เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ การเข้าใจตลาด ไปจนถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจ หวังผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดสากล ณ บริเวณ ชั้น10 ส.อ.ท.

พิธีลงนาม ได้รับเกียรติจากนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจการค้าปลีก เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้า ต่อยอดธุรกิจ และเข้าถึงตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างรากฐานให้สินค้าไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล 

ความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์5I ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะI2 : INNOVATION & CREATIVE INDUSTRY ซึ่งมุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าไปสู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และสร้างคุณค่าด้วยองค์ความรู้ของตนเอง รวมถึง I3 : INTERNATIONAL ALLIANCE & NETWORK ที่มุ่งขยายเครือข่ายพันธมิตรและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายและตลาดต่างประเทศ

“สิ่งสำคัญ คือ การทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตสินค้า แต่สามารถพัฒนาสินค้า สร้างแบรนด์ เข้าใจตลาด และต่อยอดธุรกิจของตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับตลาดและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม”นางพิมพ์ใจ กล่าว

ด้านนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า“สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การค้าของประเทศ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยบนเวทีโลก ซึ่งจากประสบการณ์ดังกล่าว เราเรียนรู้ว่า การสร้างโครงการที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากศักยภาพขององค์กรเพียงลำพัง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงผู้คน และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ คือการเชื่อมจุดแข็งและศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะSMEsและผู้สร้างสรรค์ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ ตลาด และพันธมิตรระดับโลก ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทย”นางชฎาทิพ กล่าว

สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม อาทิ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME ไทย 

ขณะที่สยามพิวรรธน์ จะส่งเสริมและสนับสนุนการนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ ผลงานของผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการความร่วมมือ มาจัดแสดงและนำเสนอผ่านพื้นที่ศูนย์การค้า แพลตฟอร์มธุรกิจค้าปลีก และร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ที่อยู่ในเครือของสยามพิวรรธน์ รวมถึงการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับเครือข่ายสมาชิก ส.อ.ท. ภายใต้การเป็นสมาชิกของ ONESIAM SuperApp  

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกัน ถ่ายทอดองค์ความรู้ ค้นหา คัดเลือก พัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ THAI CO-LAB (Creative Economy Partnership for Global Trade) รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน 

ความร่วมมือครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างผลสำเร็จในระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายพันธมิตรของทั้งสององค์กร เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของสินค้าไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกอย่างยั่งยืน