เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ พร้อมด้วย นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย และ สส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จากสถานการณ์ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. 69 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายรูปแบบในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา

สส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จึงได้หารือร่วมกันและทำหนังสือถึง กมธ. ทั้ง 2 คณะ เพื่อขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงสถานการณ์ แนวทางการป้องกัน และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านใน ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และขอให้ กมธ.กระจายอำนาจฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ตลอดจนแนวทางการให้บริการประชาชน 

นายมณเฑียร กล่าวว่า วันที่ 27 ส.ค. นี้ ตนได้นัดหมายการประชุมวาระพิเศษ พร้อมเชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กอ.รมน.ภาค 4 และตำรวจภูธรภาค 9 มาร่วมให้ข้อมูล

ด้านนายคงกฤษ กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการเบี่ยงเบนเป้าหมายมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานและผู้บริหารที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กมธ. อย่างเร่งด่วนภายในเดือนนี้ โดยจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่า สภายังคงห่วงใยและพร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวสะท้อนถึงภาพความร่วมมือว่า การรวมตัวกันในวันนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดย สส. จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 13 เขต และ สส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คน จากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้ออกมายืนหยัดร่วมกันในวันแรกของการเปิดประชุมสภา เพื่อแสดงจุดยืนว่าตัวแทนประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นและยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี  

ปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่คือการที่หน่วยงานความมั่นคงต้องเปิดใจรับฟังเสียงของฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งต้องไม่ผลักไสผู้ที่มีความเห็นต่างให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมวิงวอนให้ประชาชนในภูมิภาคอื่นระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร และเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของคนในพื้นที่ที่ปรารถนาจะอาศัยอยู่ในบ้านเกิดด้วยความสงบสันติ

ทางด้านนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม กล่าวแสดงความห่วงใยต่อประเด็นการสื่อสารของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับ โดยระบุว่า การสื่อสารที่รวดเร็วหรือการด่วนสรุปเกินไป อาจส่งผลเสียในวงกว้างและระยะยาว พร้อมขอบคุณประธาน กมธ. ทั้ง 2 คณะที่เปิดพื้นที่ให้ สส. จากทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันรับฟังและหาทางออกร่วมกัน ตลอดจนส่งกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน.