สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่า หลังสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (อาร์ไอวีเอ็ม) รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 และระบุว่า จำนวนผู้ป่วยที่คาดว่าน่าจะติดเชื้อจากภายในประเทศ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 3 คน


อาร์ไอวีเอ็มรายงานเพิ่มเติม ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อที่มีการรายงานก่อนหน้านี้หรือไม่


สำหรับการตรวจพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากเชื้อเวสต์ไนล์คนแรกในรอบ 6 ปีของเนเธอร์แลนด์ เกิดขึ้นในช่วงที่ดับเบิลยูเอชโอเตือนว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นกำลังทำให้ยุงมีระยะเวลาและพื้นที่ในการแพร่เชื้อไวรัสเวสต์ไนล์เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคยุโรป โดยหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะกรีซและอิตาลี พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงฤดูร้อนปีนี้


โรคเวสต์ไนล์ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ อยู่ในกลุ่มฟลาวิไวรัส มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากยุง ผู้ติดเชื้อประมาณ 80% ไม่แสดงอาการ ส่วนประมาณ 20% อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือข้อ อาเจียน ท้องเสีย และผื่น


ผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 1% อาจพัฒนาเป็นโรคทางระบบประสาทรุนแรง เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สับสน คอแข็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก หรืออัมพาต และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยความเสี่ยงจะสูงขึ้นในผู้สูงอายุ


สำหรับระยะฟักตัว โดยทั่วไปอาการจะเริ่มภายในประมาณ 2-14 วัน หลังถูกยุงที่มีเชื้อกัด ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อเวสต์ไนล์ การรักษาจึงเน้นประคับประคองตามอาการ


ดังนั้น วิธีสำคัญที่สุดในการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงยุงกัด เช่น ใช้ยากันยุง สวมเสื้อผ้ามิดชิด ใช้มุ้งลวด และกำจัดแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง


อย่างไรก็ดี มีคำเตือนมากขึ้นด้วยว่า คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจเอื้อให้ยุงมีช่วงเวลาและพื้นที่ในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES