เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Amorn Pimanmas” เผยข้อสังเกตทางวิศวกรรมจากเหตุการณ์มวลน้ำมหาศาลถล่มบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มวลน้ำมหาศาลถล่มบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต ไม่ใช่แค่น้ำท่วมฉับพลันธรรมดา เหตุการณ์มวลน้ำมหาศาลถล่มบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อาจไม่ใช่แค่มวลน้ำมหาศาลแบบน้ำท่วมฉับพลันธรรมดา ข้อสังเกตทางวิศวกรรมที่น่าสนใจมีดังนี้ 1. ขณะที่เกิดเหตุการณ์ ไม่มีรายงานฝนตกหนักในพื้นที่ 2. เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่เทือกเขาสูงชัน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่พังทลายตามแนวชันของเทือกเขา แล้วไปกีดขวางลำน้ำกลายเป็นเขื่อนธรรมชาติ

3. จากนั้นเขื่อนธรรมชาติเมื่อรับแรงดันน้ำจากด้านหลังไม่ไหว จึงแตก ทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงมาพร้อมเศษซาก หิน น้ำแข็ง ต้นไม้ และเศษซากวัสดุ ดังนั้นไม่ใช่แค่น้ำอย่างเดียว แต่เศษซากของเหล่านี้สร้างแรงปะทะมหาศาล จึงมีพลังทำลายล้างสูงต่อโครงสร้างอาคารในบริเวณนั้น 4. ลักษณะการเพิ่มขึ้นน้ำอย่างรวดเร็วคล้ายการแตกของเขื่อนมาก 5. ในขณะเดียวกันมีรายงานมีแผ่นดินไหวขนาด 4.4 เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่มีขัอสรุปว่า เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการถล่มของธารน้ำแข็งและหินหรือไม่ หรืออาจเป็นคลื่นไหวสะเทือนที่เกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งและหินเอง.
เครดิตภาพ : REUTERS



