สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่า ทางการกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีชาวต่างชาติอย่างน้อย 800 คน อยู่ในจำนวนผู้สูญหายเกือบ 1,500 คน หลังจากกำแพงโคลนและหินขนาดใหญ่ถล่มลงสู่แม่น้ำในเทือกเขาหิมาลัยเมื่อวันก่อน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองและหุบเขาต่างๆ
นายไซมอน ค็อกซ์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของโครงการเมาเทนส์ทูซี จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์โลกนิวซีแลนด์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างสภาวะที่อาจทำให้หิน และน้ำแข็งบนภูเขาสูงไม่เสถียร ซึ่งส่งผลให้การถล่มและภัยพิบัติต่อเนื่องแบบที่เห็นในสัปดาห์นี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้น
Climate change may have primed a Himalayan mountain for catastrophe, experts say https://t.co/KrAjMqbrJL
— The Straits Times (@straits_times) August 27, 2026
อย่างไรก็ดี สาเหตุที่แท้จริงของภัยพิบัติยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มันอาจเริ่มต้นด้วยหิมะถล่ม และหินขนาดใหญ่บนเนินเขา ทางตอนเหนือของยอดเขาลังตัง ลิรุง ในเนปาล ลงสู่แม่น้ำเลนเต โคลา ในฝั่งทิเบต
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนไม่ให้ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียวของการถล่ม โดยกล่าวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและการละลายของธารน้ำแข็ง อาจมีบทบาทในภัยพิบัตินี้
คอกซ์กล่าวเสริมว่า ภาวะโลกร้อนสามารถลดการรองรับของน้ำแข็งบนเนินเขาสูงชัน เพิ่มปริมาณน้ำที่ละลาย และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข็งตัว การละลาย และปริมาณน้ำฝน ซึ่งอาจทำให้เนินเขาอ่อนแอลง และทำให้เกิดการถล่มขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นในบางจุด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



