สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศการเตรียมเข้าควบคุมผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วของเวเนซุเอลา
ทรัมป์มอบหมายให้นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหม ดำเนินการร่วมกับนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เพื่อบรรลุข้อตกลงดังกล่าว
การประกาศมีขึ้นหลังสหรัฐและเวเนซุเอลาเจรจากันมาหลายสัปดาห์ เกี่ยวกับข้อตกลงที่จะเปิดทางให้บริษัทสหรัฐเข้าถึงแหล่งน้ำมันหลายแห่งของเวเนซุเอลาในระยะยาว และรับประกันการจัดส่งน้ำมันดิบกลับไปยังสหรัฐ ซึ่งจะถือเป็นการขยายบทบาทของสหรัฐ ในอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์พยายามฟื้นฟูภาคการผลิตที่เสื่อมถอย และเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบสำหรับโรงกลั่นในสหรัฐ
แหล่งข่าวเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณารูปแบบการให้เช่าแหล่งน้ำมัน โดยอาจเปิดประมูลให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอาจเผชิญความท้าทายทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญของเวเนซุเอลา เนื่องจากรัฐบาลยังคงสงวนอำนาจควบคุมกิจกรรมหลักในอุตสาหกรรมน้ำมัน
???? pic.twitter.com/DX6ohgJJ8y
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) August 28, 2026
เวเนซุเอลามีปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันผลิตน้ำมันได้เพียงราว 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเผชิญปัญหาการลงทุนไม่เพียงพอ การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และมาตรการคว่ำบาตรมาเป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญของข้อตกลง ทั้งโครงสร้างการถือครอง แหล่งน้ำมันที่เกี่ยวข้อง บริษัทที่เข้าร่วม หรือวิธีการที่สหรัฐ จะเข้าควบคุมผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในปริมาณสำรองดังกล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลของสงครามกับอิหร่าน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ จึงหวังว่าการเพิ่มแหล่งจัดหาน้ำมันดิบและการขยายกำลังการผลิต จะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงภายในประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



