สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการที่สหรัฐยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยระบุว่า ทุกประเทศมีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะต้องไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ พร้อมเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านคน
ทั้งนี้ ประกาศบนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่นิติบุคคลแห่งหนึ่งซึ่งมีฐานอยู่ในฮ่องกง และบุคคล 1 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับธนาคารเมลลีของอิหร่าน พร้อมเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ลดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน มิเช่นนั้นอาจเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ
Iran lashes out at US sanctions amid economic toll at home https://t.co/wI9sMeAceK
— The Straits Times (@straits_times) August 29, 2026
มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เกิดขึ้น ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 และการเจรจายังคงหยุดชะงัก ทำให้สหรัฐหันมาเลือกใช้การยกระดับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกครั้งซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจอิหร่าน ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งแตะ 66% เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
ด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ยอมรับว่า การค้าต่างประเทศของอิหร่านหดตัวเกือบ 35% จากผลของมาตรการคว่ำบาตร และการถูกปิดล้อมทางทะเลโดยสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



