วันนี้ (29 ส.ค.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผ่านเพจ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยเติบโตได้ดีตัวเลขการส่งออกของไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยสถิติในเดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.6% ส่งผลให้ภาพรวมในช่วง 7 เดือนแรกของปี (มกราคม – กรกฎาคม 2569) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2%
อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขการส่งออกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่กลับมีคำถามสำคัญจากสังคมว่า เหตุใดประชาชนจึงยังไม่รู้สึกถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย? ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ถึงโครงสร้างการส่งออกของไทย จึงพบจุดอ่อนที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งแก้ไขผ่านการสร้างยุทธศาสตร์ “3 สมดุล” ได้แก่
1.สมดุลตลาด (Market Balance) โดยลดการพึ่งพา กระจายความเสี่ยง ที่ผ่านมาไทยพึ่งพาตลาดส่งออกหลักอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมาก ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภาครัฐจึงต้องเร่งเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงฐานผู้บริโภคในประเทศต่างๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้น
2.สมดุลสินค้า (Product Balance) โดยเน้นที่การเพิ่มมูลค่าท้องถิ่น (Local Content) สินค้าส่งออกหลายกลุ่มของไทยยังอยู่ในฐานะผู้รับจ้างผลิตหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต โดยมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) ต่ำ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่การดันยอดส่งออก แต่ต้องทำให้ทุกการส่งออกสร้างมูลค่าเพิ่มกลับสู่ประเทศ โดยเฉพาะ “ภาคเกษตรและอาหาร” ที่เพิ่งกลับมาขยายตัวในรอบหลายปี
กระทรวงพาณิชย์จะใช้จุดแข็งด้าน ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เป็นแกนหลักในการเจรจาการค้า พร้อมปรับกระบวนทัศน์จากระบบ Just in Time สู่ Just in Case เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น (Resilient Supply Chain) รองรับภาวะฉุกเฉินระดับโลก ทั้งจากสงคราม ภัยธรรมชาติ และการขาดแคลนวัตถุดิบ
3.สมดุลรายได้ (Income Balance) โดยมุ่งทลายทุนผูกขาด อุ้มคนตัวเล็ก ปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการส่งออกราว 30,000 ราย โดยเป็น SMEs ถึง 23,000 ราย และรายใหญ่ 7,000 ราย แต่ข้อเท็จจริงคือ รายได้กว่า 80% ของธุรกิจส่งออกตกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่อธิบายว่าทำไมเม็ดเงินจากการส่งออกจึงไม่ถูกส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง
“งานของกระทรวงพาณิชย์ต่อจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขส่งออกโต แต่ต้องทำให้การเติบโตนั้นกระจายตัวมากขึ้น เพราะปลายทางที่เราอยากเห็น ไม่ใช่เพียงประเทศไทยส่งออกได้มากขึ้น แต่คือ ประเทศไทยและคนไทยทุกคน ต้องได้ประโยชน์จากการส่งออกอย่างแท้จริง นโยบายดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การขยายตลาดใหม่ เพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ และดึงกลุ่ม SMEs รวมถึงเกษตรกรให้เข้ามามีส่วนแบ่งในเค้กส่งออกก้อนนี้ให้มากขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป“ นางศุภจี ระบุ



