การแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “2026 Touring K-Arts” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และมูลนิธิเกาหลีเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (KOFICE)

มีศิลปินรุ่นใหม่สังกัดในโครงการพัฒนายุวศิลปินจากวงดุริยางค์แห่งชาติฯ 11 คน และจากคณะชางกึกละครร้องเพลงแห่งชาติเกาหลี 1 คน มาร่วมแสดงการขับร้องและบรรเลงเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมอันหลากหลาย เช่น คายากึม, คอมุนโก, แทกึม, พีรี, แฮกึม และแทอาแจง

การแสดง Korean Sound” ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงครั้งแรกเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ (Pre-Opening) หลังจากที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ได้ย้ายที่ทำการไปยังย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากทั้งภาครัฐ แวดวงวิชาการ วัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 160 ท่าน นำโดย ฯพณฯ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กรุงเทพมหานคร ศูนย์วัฒนธรรมตุรกี อินเดีย และฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนักแสดงได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยบทเพลงที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมทั้งเพลงชองอัก (Jeongak) ดนตรีราชสำนักดั้งเดิมของเกาหลี และเพลงแต่งใหม่ร่วมสมัย

ไม่ว่าจะเป็น “ยางชองโดดือรี” ฉาก “ชวาอูนาโจล” หนึ่งในตอนของพันโซรี เรื่องซูกุงกา “ซูรยูฮวาแก” และ “สีสันแห่งกาลเวลา” นอกจากนี้ในบทเพลงสุดท้าย Together Arirang” ได้มีการนำเพลงพื้นบ้านของไทยอย่าง “ลาวดวงเดือน” และเพลงพื้นบ้านของเกาหลีอย่าง “อารีรัง” มาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิม พร้อมกับการขับร้องพันโซรี ซึ่งถ่ายทอดความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเกาหลีผ่านเสียงดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง

นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า เราจัดการแสดงครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากความมุ่งมั่นและแนวทางของศิลปินรุ่นใหม่ที่พยายามนำเสนอ กุกอัก (Gugak) ซึ่งเป็นรากฐานของดนตรีเกาหลีให้ผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินไปด้วยกันได้นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย

“เราจะเดินหน้าสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินเยาวชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีแห่งใหม่นี้ เป็นแหล่งบ่มเพาะที่คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศสามารถสื่อสารและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันผ่านวัฒนธรรม”

ทั้งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมฯ มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการ “การประดับตกแต่ง : ประดับความหมายแห่งชีวิต” ซึ่งนำเสนอวัฒนธรรมการประดับตกแต่งของเกาหลีผ่านเครื่องประดับและงานหัตถกรรมดั้งเดิม ณ ห้องวัฒนธรรม ชั้น 1 ตลอดจนการฉายภาพยนตร์เกาหลี หลักสูตรภาษาเกาหลีและอาหารเกาหลี รวมถึงกิจกรรมทัศนศึกษา