เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก โดยแชร์เนื้อหาจาก 2 บัญชี ซึ่งแสดงความเห็นถึงการที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้ถกเถียงกันเรื่องนายนภินทรเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. หรือไม่ ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
โดยโพสต์หนึ่งมาจากบัญชี “กวีเหลวไหลแท้” ซึ่งวิจารณ์ชื่นชมการตอบของนายนภินทร ขณะที่นายพริษฐ์มีนิสัยได้ฟังอะไรมานิดหน่อยก็รีบไปขยายผลต่อโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดรอบด้านก่อน ซึ่งเป็นพฤติกรรมหมู่ของสมาชิกพรรคส้มมายาวนาน ซึ่งนายอนุทิน แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมเขียนข้อความภาษาอังกฤษว่า “Iron doesn’t melt. Ice cream does.” แปลเป็นภาษาไทยว่า “เหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย” สื่อความหมายเชิงเปรียบเทียบถึงชื่อเล่น “ไอติม” ของพริษฐ์

นอกจากนี้ นายกฯ ยังแชร์โพสต์ของบัญชี Anake Chongsathien หัวข้อ ทำไม “ไอติม” จึงแพ้น็อก “นภินทร” โดยผู้โพสต์วิจารณ์ว่า ตลอดการสนทนา ฝ่ายหนึ่งตอบด้วยข้อเท็จจริง พยานบุคคล และเอกสารอ้างอิง ขณะที่อีกฝ่ายมีเพียงคำว่า “มีคนบอกมา” “ผมตั้งข้อสังเกต” “ผมไม่ได้กล่าวหา” “นี่คือข้อมูลเท่าที่ผมมี” ตั้งข้อกล่าวหามาเต็มร้อย แต่พอถูกถามหาหลักฐาน ความมั่นใจกลับเหลือไม่ถึงครึ่ง ..การนำคำกล่าวหาของบุคคลหนึ่งมาขยายผล แล้วใช้ถ้อยคำชวนให้สังคมเชื่อไปแล้วว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ไม่ได้เรียกว่า “ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์” มันคือการตั้งธงก่อนหาหลักฐาน ที่ไอติมตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้ถูกกล่าวหา 9 คนจึงใช้คำชี้แจงคล้ายกัน และเหตุใดจึงใช้ทีมกฎหมายเดียวกัน คำถามคือ แล้วมันผิดกฎหมายข้อไหน มันคือสิทธิในการต่อสูคดี การใช้ทีมกฎหมายเดียวกันไม่ได้พิสูจน์ว่ารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าจะโยงให้ถึงรัฐมนตรี อย่างน้อยก็ควรมีหลักฐานแสดงว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง ใครเป็นผู้จ่ายเงิน หรือใครเป็นผู้สั่งการ ไม่ใช่เพียงเห็นเอกสารคล้ายกันแล้วค่อยวาดเส้นประ โยงไปหาคนที่ตนเองอยากกล่าวหา เทคนิคการเมืองแบบคุ้นตา ตั้งข้อกล่าวหาบนเวทีใหญ่ ปล่อยให้สังคมเชื่อมโยงและพิพากษา แต่พอเจ้าตัวถามหาหลักฐาน ก็ถอยกลับมาบอกว่าไม่ได้กล่าวหา เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเท่านั้น กล่าวหาเองจุดไฟเอง แล้วถอยไปยืนดูคนอื่นเผาแทน




