เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลและครม.ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสรุปผลการระดมความคิดเห็นและพิจารณาข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมความพร้อมการประชุมครม.สัญจร ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ซึ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือสงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และยะลา
การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 171 คน ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลาง ภาครัฐในพื้นที่ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยแบ่งการหารือออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
1.ด้านเศรษฐกิจ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน
โดยมีข้อเสนอเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงข่ายมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการยกระดับด่านชายแดนให้ทันสมัย
รวมถึงการเรียกร้องมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนระยะยาว มาตรการทางภาษี และการปรับปรุงข้อบังคับผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งโรงงาน รวมทั้งชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ธรรมชาติ พหุวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) การยกระดับสินค้าเกษตรสู่มูลค่าสูง เพิ่มโรงงานแปรรูป และเสนอให้รัฐแก้ไขกฎหมายประมงที่ล้าสมัยเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์
2.ด้านสังคม มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน โดยที่ประชุมมุ่งผลักดันนโยบาย Zero Dropout เพื่อดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด กานแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลศูนย์ การเตรียมความพร้อมโครงสร้างรองรับสังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่เพิ่มสูงขึ้น และป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ
3.ด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน โดยมีข้อเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำความเข้าใจกับนานาชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนางานข่าวกรองและการปกป้องเยาวชนจากการเป็นแนวร่วม รวมถึงผลักดันการสร้างรั้วชายแดนร่วมกับมาเลเซีย และจัดตั้งด่านตรวจอัจฉริยะ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการค้าของเถื่อน
4.ด้านภัยพิบัติ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน โดยมีข้อเสนอแนวทางบูรณาการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การขุดลอก และการสร้างแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้พัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และเสนอแก้ไขระเบียบการเบิกจ่ายเงินเพื่อยับยั้งป้องกันภัยพิบัติให้มีความชัดเจน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณเตรียมการป้องกันได้ก่อนเกิดวิกฤติ
ทั้งนี้ ข้อสรุปทั้ง4 ด้านจะถูกนำไปประมวลเป็นวาระสำคัญ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณและปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย ในที่ประชุม ครม.สัญจร วันที่ 1 ก.ย.นี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรม



