สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า โรดริเกซยกย่องข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์” ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ของรัฐบาลเวเนซุเอลา และกำหนดอนาคตของประเทศ
“โครงการระดับทวิภาคีระยะเวลา 25 ปีนี้ มุ่งพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ 17 แห่ง โดยมีเป้าหมายการผลิตอยู่ที่มากกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งตัวเลขข้างต้นเกี่ยวข้องกับข้อตกลงทวิภาคีระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐเท่านั้น” โรดริเกซ กล่าว
กระนั้น โรดริเกซกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของข้อตกลงการผลิตน้ำมัน 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเพียงเป้าหมายเบื้องต้น และแผนการที่กว้างขึ้นยังรวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำมันในพื้นที่ใหม่ 8 แห่ง ตามส่วนหนึ่งของการขยายภาคส่วนพลังงานของเวเนซุเอลาในวงกว้าง
Venezuela's interim president says US energy deal will last 25 years https://t.co/pOEmIuWaie https://t.co/pOEmIuWaie
— Reuters (@Reuters) August 30, 2026
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศแผนการที่สหรัฐจะเข้าควบคุมผลประโยชน์ส่วนหนึ่งในปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วของเวเนซุเอลา โดยหวังว่าบริษัทอเมริกันจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานที่ย่ำแย่ของเวเนซุเอลา พร้อมทั้งจัดหาแหล่งน้ำมันดิบใหม่เพื่อช่วยลดราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐ
ด้านโรดริเกซกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงฉบับนี้อาจสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลเวเนซุเอลา ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.9 ล้านล้านบาท) โดยอ้างอิงจากราคาน้ำมันดิบมาตรฐานที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,152 บาท) แม้เธอยอมรับว่าราคาน้ำมันดิบอาจผันผวนได้ก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น โรดริเกซยังกล่าวว่า เวเนซุเอลายังคงเป็นเจ้าของและมีอำนาจอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ในขณะที่ใช้ประโยชน์จากเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการคว่ำบาตร.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



