นายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฝ่ายการเงิน การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยดูแลกับกำด้านการเงิน บัญชี รวมไปถึงการเบิกจ่ายงบประมาณยังได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ เป็นประธาน โดยคณะอนุกรรมการฯ มีภารกิจสำคัญในการติดตามการเก็บตัวและฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่เตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69
นายชนาสิน สิมะดำรงค์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามการฝึกซ้อมของนักกีฬาและพบปะสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรับทราบสภาพแวดล้อมในการฝึกซ้อม ประสิทธิภาพของนักกีฬา ความพร้อมของอุปกรณ์ ตลอดจนปัญหาและข้อเสนอแนะจากสมาคมกีฬา เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับกลับมาปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนฯ ทั้งในด้านการเสนอขออนุมัติงบประมาณให้รวดเร็วขึ้น การเบิกจ่ายให้ทันต่อความต้องการ และการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่ได้รับอนุมัติ
สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางเร่งรัดกระบวนการตั้งแต่ “ต้นน้ำ” โดยมุ่งให้การลงนามบันทึกข้อตกลงกับสมาคมกีฬาแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ต.ค.69 เพื่อให้สมาคมสามารถเริ่มวางแผนและดำเนินกิจกรรมได้ทันที โดย กองทุนฯ สามารถสนับสนุนเงินงวดแรกได้ไม่เกินร้อยละ 70 ของงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้สมาคมมีเงินสำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการจัดการแข่งขันภายในประเทศ การจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ การอบรมผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และกิจกรรมตามแผนงานที่กำหนด
ทั้งนี้ มีสมาคมกีฬา ที่ดำเนินการยืนยันการจัดกลุ่มและยืนยันคำของบประมาณแล้ว ได้แก่ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาทางอากาศแห่งประเทศไทย และอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย โดยตั้งเป้าว่าสมาคมที่มีความพร้อมจะสามารถเริ่มใช้จ่ายงบประมาณได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ขณะที่สมาคมอื่น ๆ จะทยอยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับ

ส่วน “กลางน้ำ” ทางกองทุนฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการยกระดับกระบวนการเบิกจ่าย โดยให้สมาคมกีฬาเป็นผู้บันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายด้วยตนเองผ่านระบบ พร้อมนำระบบไฟล์สแกนเอกสารมาใช้ตรวจสอบความถูกต้อง ลดการเคลื่อนย้ายเอกสารระหว่างหน่วยงาน และลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคาดว่าระบบจะสามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบประมาณไตรมาส 2 และจะเริ่มให้สมาคมทดลองคีย์ข้อมูลการเบิกจ่ายด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 โดยเมื่อดำเนินการครบวงจร คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการเบิกจ่ายได้ประมาณ 30-50 วันทำการ
ขณะที่ “ปลายน้ำ” กองทุนฯ ให้ความสำคัญกับการติดตามผลการดำเนินโครงการ โดยกำหนดให้สมาคมเร่งจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการพร้อมเอกสารเบิกจ่ายภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นสุดกิจกรรม หากพ้นกำหนด วันที่ 31 กองทุนฯ จะมีหนังสือแจ้งเตือนและติดตามให้ดำเนินการ โดยกำหนดระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับหนังสือ เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกรอบเวลา
“การดำเนินงานทั้ง 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของกระบวนการทำงานของกองทุนฯ อย่างครบวงจร ตั้งแต่การอนุมัติงบประมาณ การเบิกจ่าย ไปจนถึงการติดตามผลการดำเนินโครงการ โดยกองทุนฯ จะพัฒนากระบวนการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาคมได้รับอนุมัติงบประมาณเร็วขึ้น สามารถนำงบประมาณไปใช้ดำเนินกิจกรรมได้เร็วขึ้น และบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาการกีฬาไทย”
นอกจากนี้ หากในภาพรวมมีงบประมาณคงเหลือจากการเบิกจ่าย กองทุนฯ สามารถรวบรวมและพิจารณาจัดสรรให้กับโครงการหรือกิจกรรมที่มีความจำเป็นเพิ่มเติมได้ โดยจะดำเนินการภายใต้การจัดลำดับความสำคัญ เนื่องจากคำของบประมาณของสมาคมกีฬามีจำนวนสูงกว่างบประมาณที่กองทุนฯ มีอยู่ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความจำเป็นของวงการกีฬาอย่างเหมาะสม



