สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะนำน้ำมันจากข้อตกลงฉบับใหม่กับเวเนซุเอลามาเติมคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) ของประเทศ ซึ่งถูกดึงออกมาใช้อย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับภาวะอุปทานน้ำมันโลกหยุดชะงักและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง ตั้งแต่สงครามในยูเครน และล่าสุดคือสงครามในอิหร่าน


ทั้งนี้ ทรัมป์เรียกน้ำมันจากเวเนซุเอลาว่าเป็น “ของขวัญจากเวเนซุเอลาสู่ประชาชนชาวอเมริกัน” อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงกับเวเนซุเอลา ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลานานถึง 25 ปี จะสามารถจัดส่งน้ำมันเข้าสู่คลังสำรองได้เร็วเพียงใด หรือจะช่วยลดภาระราคาน้ำมันสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ในสหรัฐได้ในระยะสั้นหรือไม่


อนึ่ง ทรัมป์ประกาศเรื่องนี้เป็นครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเจรจากันมาหลายสัปดาห์ เกี่ยวกับข้อตกลงที่จะเปิดทางให้บริษัทสหรัฐเข้าถึงแหล่งน้ำมันหลายแห่งของเวเนซุเอลาในระยะยาว และรับประกันการจัดส่งน้ำมันดิบกลับไปยังสหรัฐ ซึ่งจะถือเป็นการขยายบทบาทของสหรัฐ ในอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์พยายามฟื้นฟูภาคการผลิตที่เสื่อมถอย และเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบสำหรับโรงกลั่นในสหรัฐ


ข้อมูลอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงพลังงานสหรัฐ ณ วันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐมีน้ำมันอยู่ประมาณ 290 ล้านบาร์เรล ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS