สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะนำน้ำมันจากข้อตกลงฉบับใหม่กับเวเนซุเอลามาเติมคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) ของประเทศ ซึ่งถูกดึงออกมาใช้อย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับภาวะอุปทานน้ำมันโลกหยุดชะงักและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง ตั้งแต่สงครามในยูเครน และล่าสุดคือสงครามในอิหร่าน
ทั้งนี้ ทรัมป์เรียกน้ำมันจากเวเนซุเอลาว่าเป็น “ของขวัญจากเวเนซุเอลาสู่ประชาชนชาวอเมริกัน” อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงกับเวเนซุเอลา ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลานานถึง 25 ปี จะสามารถจัดส่งน้ำมันเข้าสู่คลังสำรองได้เร็วเพียงใด หรือจะช่วยลดภาระราคาน้ำมันสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ในสหรัฐได้ในระยะสั้นหรือไม่
Trump:
— Clash Report (@clashreport) August 30, 2026
One of the things I am going to do with the Venezuelan Oil is fill up the Strategic National Reserves which, because of Sleepy Joe Biden, has been virtually emptied.
The “topping out” process will begin very shortly, and is a Gift from Venezuela to the People of the… pic.twitter.com/u3yzJ6sCa7
อนึ่ง ทรัมป์ประกาศเรื่องนี้เป็นครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเจรจากันมาหลายสัปดาห์ เกี่ยวกับข้อตกลงที่จะเปิดทางให้บริษัทสหรัฐเข้าถึงแหล่งน้ำมันหลายแห่งของเวเนซุเอลาในระยะยาว และรับประกันการจัดส่งน้ำมันดิบกลับไปยังสหรัฐ ซึ่งจะถือเป็นการขยายบทบาทของสหรัฐ ในอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์พยายามฟื้นฟูภาคการผลิตที่เสื่อมถอย และเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบสำหรับโรงกลั่นในสหรัฐ
ข้อมูลอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงพลังงานสหรัฐ ณ วันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐมีน้ำมันอยู่ประมาณ 290 ล้านบาร์เรล ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



