เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ จ.สงขลา นายนิรัตน์​ พงษ์​สิทธิ​ถาวร​ รอง​ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย​ ในฐานะรักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง​ท้องถิ่น​ (สถ.) พร้อมด้วยนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เผยถึงความคืบหน้ากรณีถอดถอนรายชื่อทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ขณะนี้ สถ. ได้ดำเนินการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันอย่างรอบคอบและโปร่งใส ล่าสุดได้มีมติให้เพิกถอนการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,868 ราย โดยให้มีผลพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 31 ส.ค. 69 

นายนิรัตน์ กล่าวถึงตัวเลขผู้ที่ถูกเพิกถอนจากรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนในบัญชีทั้งหมด 5,925 รายนั้น ว่า ทาง สถ. ได้จัดชุดทำงานลงพื้นที่สอบทานข้อมูลอย่างละเอียดโดยเทียบเคียงข้อมูลระหว่างเครื่องและคน พบว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วจำนวน 3,868 ราย ซึ่งกลุ่มนี้คือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 1,000 รายนั้น ยังเป็นเพียงผู้ที่รอการบรรจุ จึงไม่ต้องดำเนินการเพิกถอน เพียงแต่จะไม่มีการเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุแต่อย่างใด 

นอกจากนี้ ในจำนวน 3,868 รายที่ถูกเพิกถอน พบว่ามีผู้ที่ชิงลาออกไปก่อนแล้ว 146 ราย ซึ่งการลาออกไม่ส่งผลให้พ้นจากความผิด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตจะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป สำหรับการแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอน ทาง สถ. เลือกใช้วิธีส่งหนังสือแจ้งรายชื่อเฉพาะบุคคลไปยังคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัด (ก.จังหวัด) แต่ละแห่งโดยตรง เพื่อให้เห็นเฉพาะรายชื่อของจังหวัดตนเอง แทนการประกาศรายชื่อทั้งหมด 50,000 รายชื่อลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อความถูกต้องตามขั้นตอน 

นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า สถ. ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบสามารถเดินทางมาขอตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ทั้งที่ส่วนกลางและที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน มีผู้เดินทางมาตรวจสอบคะแนนแล้วถึง 1,489 คน โดยทาง สถ. ได้นำหลักฐานผลคะแนนที่แท้จริง และคะแนนที่ถูกปลอมแปลงมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนยอมรับในหลักฐาน ไม่มีผู้ใดโวยวาย ร้องไห้ หรือดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของกรมที่ต้องการแสดงความโปร่งใสให้สังคมได้รับทราบ

นายนิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะแรก สถ. จำต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่สอบผ่านตามเกณฑ์ แต่ต้องเสียโอกาส และรอคอยการบรรจุ โดยหลังจากดำเนินการเพิกถอนกลุ่มผู้ทุจริตเรียบร้อยแล้ว สถ. มีกำหนดการที่จะเรียกผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองที่ถูกต้องตามลำดับคะแนน จากบัญชีผู้สอบผ่านกว่า 48,000-50,000 คน เข้ามาบรรจุทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ภายในช่วงเดือน ต.ค. 69 นี้ 

ส่วนกรณีของผู้ที่ตรวจสอบพบว่าคะแนนดีขึ้น แต่ได้รับการบรรจุไปแล้วนั้นจะยังคงยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 7 ส.ค. คือให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดิมที่ได้รับการบรรจุไปก่อน เนื่องจากเมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือน ก็สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ตามระเบียบปกติ 

สำหรับความคืบหน้าทางคดีอาญา กรม สถ. ได้รวบรวมข้อมูลและส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ตำรวจ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป 

ทั้งนี้ กรมได้มีการรายงานความคืบหน้าของกระบวนการทั้งหมดให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทราบอย่างต่อเนื่องในทุกระยะ ทั้งนี้ นายนิรัตน์ และนายบุญประสงศ์ ได้พูดคุยกันว่า “ปิดจ๊อบๆ” ก่อนที่ นายนิรัตน์ จะแบมือทั้งสองข้างให้ผู้สื่อข่าวดู แล้วย้ำว่า ปิดจ๊อบ