เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่จังหวัดสงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.สงขลา วันที่ 1 ก.ย.นี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา โครงการประกันภัยพิบัติ เพื่อจัดทำความคุ้มครองพื้นฐานให้ประชาชนประมาณ 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ 

โดยใช้งบประมาณจาก งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ประชาชน ครอบคลุมความเสี่ยงจาก 3 ภัยพิบัติ คือ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และพายุ โดยใช้กลไกบริษัทประกันภัยเข้ามาบริหารจัดการและจ่ายค่าสินไหมทดแทนแทนภาครัฐ

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายปรับระบบเยียวยาจากเดิมที่เมื่อเกิดภัยพิบัติ รัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาใช้งบประมาณเฉลี่ยสูงถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี มาเป็นการจัดซื้อประกันภัยไว้ล่วงหน้า เพื่อจำกัดภาระงบประมาณและทำให้ประชาชนได้รับการชดเชยรวดเร็วขึ้น

สำหรับความคุ้มครองเบื้องต้น กรณีน้ำท่วมที่มีระดับถึงเกณฑ์กำหนด ผู้ประสบภัยจะได้รับเงินชดเชย 10,000 บาท ภายใน 7 วัน ส่วนความเสียหายต่อตัวบ้านจ่ายตามจริงไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน และกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติได้รับเงินชดเชย 2 ล้านบาทต่อราย โดยจะใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดาวเทียมช่วยประเมินสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบและเร่งการจ่ายชดเชย

“การใช้ระบบประกันภัย เข้ามาดำเนินการเช่นนี้จะช่วยทำให้รัฐบาลลดภาระรายจ่ายได้เป็นจำนวนมาก เพราะจากเดิมจะเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เฉลี่ยปีละประมาณ 30,000 ล้านบาท ก็จะเสียเพียง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งการดำเนินการต้องมีเงื่อนไขกำหนดที่ชัดเจน เช่น น้ำท่วม ต้องมีความสูงเท่าใด ไม่ใช่น้ำท่วมแค่ตาตุ่มแล้วจะต้องจ่ายชดเชย เป็นต้น”