สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่าการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันจันทร์
Bessent met up with Russian Finance Minister Siluanov in US
— RT Intl (@RT_on_X) August 31, 2026
The two discussed Russia-US financial cooperation within G20 framework pic.twitter.com/fAGxyHFOsR
การประชุมระยะเวลา 2 วันมีขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกระแทกจากวิกฤติพลังงาน อันเป็นผลจากสงครามระหว่างสหรัฐกัลอิหร่าน ความตึงเครียดเกี่ยวกับการเกินดุลการค้าของจีน และความไม่แน่นอนจากกระแสลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ขณะที่ภาระหนี้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเกือบ 353 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11,701.95 ล้านล้านบาท ) สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงิน

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหนทางสำคัญในการคลี่คลายภาระหนี้ที่สะสมมาตั้งแต่วิกฤติการเงินโลก และการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการประชุมครั้งนี้เป็นที่จับตา เมื่อนายอันโทน ซิลูอานอฟ รมว.กระทรวงการคลังรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังจี20 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในยูเครนเปิดฉากเมื่อปี 2565 ที่มีผู้แทนของรัฐบาลมอสโกเข้าร่วมการประชุมจี20
G20 countries should consider more trade barriers with China to cut imbalances, Bessent says https://t.co/3dd590fFdZ https://t.co/3dd590fFdZ
— Reuters (@Reuters) August 30, 2026
ทั้งนี้ ซิลูอานอฟพบหารือทวิภาคีกับเบสเซนต์ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า การสนทนามุ่งเน้นแผนสันติภาพยูเครนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ด้านนายลาร์ส คลิงไบล์ รมว.กระทรวงการคลังเยอรมนี กล่าวว่า การต้อนรับผู้แทนรัสเซียในฐานะแขกตามปกติ เป็นสัญญาณที่น่ากังวล เพราะยุโรปกำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐไม่อนุมัติบัตรผ่านให้สื่อหลานสำนัก รวมถึงทีมข่าวบลูมเบิร์กและผู้สื่อข่าวบางรายจากสื่อชั้นนำ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการจำกัดเสรีภาพในการรายงานข่าว ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐชี้แจงว่า การได้รับสิทธิเข้าถึงงานต้องมาพร้อมความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูลตามมาตรฐานวิชาชีพ
อนึ่ง สหรัฐต้องการใช้การประชุมรัฐมนตรีคลังจี20 ครั้งนี้ ผลักดันให้สมาชิกร่วมกันกดดันจีน ส่วนฝรั่งเศสเห็นว่า การสร้างสมดุลให้เศรษฐกิจโลกจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวจากทุกฝ่าย ซึ่งจีน สหรัฐ และยุโรปต่างมีปัญหาภายในที่ต้องเร่งแก้ไข.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



