เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกันของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน, พรรคกล้าธรรม, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยภักดี, พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยรวมพลัง

ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า จะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเป็นการยื่นญัตติตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงาน หัวเรือหลักคือนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะทำงานร่วมกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพื่อรวบรวมรายชื่อแล้วก็มีการจัดทำญัตติให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย เพื่อเตรียมยื่นโดยเร็ว คงใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้ มี 2 รายชื่อที่จะถูกอภิปรายแน่นอนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งก่อนๆ จะมีเรื่องตั๋วช้าง เรื่องไอโอ สมัยนี้จะมีเรื่องลักษณะนี้อีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากพูดออกไปก่อน แต่เราทำงานเต็มที่ ก็ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกทีเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากฝากคือ กรณีที่นายกฯ บอกว่าพร้อมจะตอบทุกคำถามนั้น ตนก็หวังว่านายกฯ หรือพรรคภูมิใจไทย จะไม่ได้มีการพยายามหาช่องทางให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปวินิจฉัยไม่ให้สามารถพูดถึงเรื่องการโกง สว. หรือการโกงสอบท้องถิ่นได้ หวังว่าจะไม่ใช้เทคนิคแบบนั้นในการพยายามปิดกั้นการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า เมื่อไรจะล้มนายกฯ ได้ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งรัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไปนานเท่าไร ก็จะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชน ดังนั้นเราจะทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลตรงนี้ และหวังว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ถ้าเราทำหน้าที่ของเราได้ดี แล้วพี่น้องประชาชนเห็นคล้อยกับเรา การมีพรรคอื่นที่มาเป็นแกนนำรัฐบาลน่าจะทำให้ประเทศมีอนาคตที่ดีขึ้นได้ นี่ก็จะเป็นวิธีการที่สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เราคงไปคาดเดามติของ สส. ไม่ได้ แต่เราก็เข้าใจระบบรัฐสภาดีว่าในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น รัฐบาลมีเสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่แค่การนับคะแนนลงมติอย่างเดียว แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อหวังว่าหากประชาชนเห็นตามหลักฐานข้อมูลที่เรามี เมื่อไรก็ตามที่อำนาจกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกรอบ เขาก็จะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นขึ้นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลแทน.