เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กรณีร้องเรียนการทุจริตสอบนายอำเภอ ปี 2568
โดย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ประชาชนมาร้องเรียนว่า กระบวนการจัดสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอหรือสอบนายอำเภอพบการทุจริตโดยการเรียกรับเงินหัวละ 3 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย จึงทำให้ไปยื่นเรื่องที่ ป.ป.ช. ในวันเดียวกันเพื่อขอให้ชะลอการจัดสอบ แต่ว่ากรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดึงเรื่องดังกล่าวไปอีก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งสอบเสร็จแล้วก็ได้มีการขออย่าให้มีการประกาศผลสอบ เนื่องจากพบว่าระหว่างนั้นมีการจ่ายเงินจึงทำให้เลื่อนไปอีก 1 เดือนจึงค่อยประกาศผล
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า การที่ตนกลับมาในวันนี้ เพราะปรากฏว่ามีพระเอกของเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับการโกงสอบทุจริตท้องถิ่น เป็นคนเดียวกัน จึงนำประมวลภาพหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผย หลังจากไปร้องที่ ป.ป.ช. ก็มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ โดยมีข้อมูลชัดถึงขนาดระบุว่า ให้ไปตรวจสอบนายอำเภอที่สอบได้ที่ จ.บุรีรัมย์ อย่างน้อย 10 คน พร้อมส่งชื่อ นามสกุล และเลขรหัสสอบมาให้ จึงนำเรื่องมาหารือกับกรรมาธิการพัฒนาการเมือง โดยหวังว่าจะใช้วิธีนี้และกรอบอำนาจตามกฎหมาย
ขณะที่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เคยพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบนายอำเภอ จากกรณีมีปลัดจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ยื่นเรื่องว่า ตนเคยสอบนายอำเภอถึง 7 ครั้ง แต่ไม่เคยสอบได้เลย ทั้งที่รู้สึกว่าทำข้อสอบได้ โดยผู้ยื่นเรื่องระบุชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นเพราะสอบไม่ได้ แต่สังเกตเห็นพิรุธและเก็บหลักฐานมาให้ กมธ.พัฒนาการเมือง หลังจากพิจารณาเรื่องการสอบนายอำเภอปี 2566 ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน และพบข้อพิรุธต่างๆ ขณะเดียวกัน มีประชาชนส่งข้อมูลมาเป็นจำนวนมากว่า การสอบนายอำเภอมีพิรุธและมีการเรียกรับเงินกันมานานแล้ว ไม่ใช่แค่ปี 2566 โดยเฉพาะปี 2568 ที่มีข้อมูลเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง
ได้เห็นข้อมูลที่นายภัทรพงศ์ยื่นเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลที่คล้ายคลึงกันกับข้อมูลที่ประชาชนส่งมาให้ กมธ.จึงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน เรื่องดังกล่าวจึงไม่เป็นเพียงแค่เรื่องข้าราชการได้รับบรรจุราชการ แต่คือโครงข่ายสำคัญที่คุณกำลังจะวางอำนาจในการกินรวบประเทศไทย เรื่องแบบนี้มันจะไม่ได้ต้องจบแค่การทุจริต เราต้องมองให้ภาพใหญ่ว่า กระบวนการแบบนี้ไม่ใช่แค่การเรียกรับสินบน แต่คือการพยายามวางฐานอำนาจเพื่อค้ำจุนอำนาจบางอย่างให้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่า กรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ กมธ.และเชิญคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง โดยที่ผ่านมา ป.ป.ช. ได้เรียกขอข้อมูลจากกรมการปกครองแล้ว และตนได้เห็นข้อมูลรายชื่อที่ไม่ได้เซ็นเซอร์แล้ว หลังจากนี้จะเชิญบุคคลที่อยู่ในรายชื่อตามที่ ป.ป.ช. ยื่นขอข้อมูลไปยังกรมการปกครองเข้ามาชี้แจง รวมถึงจะเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาด้วย
“ยืนยันว่าจะไม่ลดความพยายามที่จะเชิญอธิบดีกรมการปกครอง เพราะท่านก็ดูเกี่ยวข้องและเป็นที่น่าสนใจของสาธารณะพอสมควร กมธ.พัฒนาการเมืองเปิดพื้นที่ให้อธิบดีกรมการปกครองและตัวแทนจากกรมการปกครองเข้ามาชี้แจงด้วยวาจา เพื่อให้ได้เห็นข้อมูลที่มากขึ้นและแลกเปลี่ยนกัน”



