เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสงขลา หลังประสบปัญหาความล่าช้าจากกรณีผู้รับเหมารายเดิมทิ้งงาน จนทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก โดยล่าสุดโครงการได้เข้าสู่ขั้นตอนประกาศประกวดราคาเพื่อจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่แล้ว คาดว่าจะเปิดซองในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 และเดินหน้าสู่การลงนามสัญญาเพื่อกลับเข้าก่อสร้างต่อภายในไตรมาส 4 ของปีนี้

นายสรรเพชญ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ตนได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสงขลา ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 9 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 21,652 ตารางเมตร ออกแบบตามมาตรฐานโครงสร้างต้านทานแผ่นดินไหว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาลสงขลา

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงการต้องหยุดชะงักจากปัญหาผู้รับเหมารายเดิมไม่สามารถดำเนินงานต่อได้และทิ้งงาน ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผน และประชาชนต้องรอการเปิดใช้อาคารดังกล่าวออกไปอีก

ภายหลังการลงพื้นที่ นายสรรเพชญได้หารือกับ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เพื่อร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหา โดยนายสรรเพชญได้กล่าวขอบคุณรมว.สาธารณสุขที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้สามารถจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่และนำโครงการกลับมาเดินหน้าต่อได้โดยเร็ว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ตนได้ติดตามและผลักดันประเด็นดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาที่ค้างอยู่ได้รับการเร่งรัด และทำให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
“วันนี้มีความคืบหน้าชัดเจนแล้ว จากวันที่เราลงพื้นที่ติดตามและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้โครงการเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาเพื่อหาผู้รับจ้างรายใหม่ คาดว่าจะเปิดซองในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นต้องเร่งพิจารณาผล ลงนามสัญญา และให้ผู้รับจ้างกลับเข้าหน้างานให้ได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2569 หรือช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้” นายสรรเพชญกล่าว
นายสรรเพชญ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการได้ผู้รับจ้างรายใหม่ แต่ต้องทำให้อาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้จริง โดยต้องคัดเลือกผู้รับจ้างที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความล่าช้าซ้ำอีก
“อาคารโรงพยาบาลหลังนี้ต้องสร้างให้เสร็จ เราปล่อยให้เป็นอาคารก่อสร้างค้างต่อไปไม่ได้ เพราะทุกวันที่ล่าช้า คนที่ได้รับผลกระทบคือพี่น้องประชาชนที่รอใช้บริการ ผมจะติดตามตั้งแต่ขั้นตอนประกวดราคา การลงนามสัญญา การกลับเข้าหน้างาน ไปจนถึงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อให้อาคารแห่งนี้เปิดให้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายสรรเพชญกล่าว



