นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และอดีตอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากกรณีที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)​ มีมติเห็นชอบตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับการกำหนดอายุหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปสำหรับพระภิกษุสามเณร กรณีเดินทางไปต่างประเทศเป็นการส่วนบุคคล โดยเสนอหลักการให้กระทรวงการต่างประเทศรับไปพิจารณาเป็นแนวปฏิบัติ เพื่อให้พระภิกษุสามเณรที่ผ่านกระบวนการพิจารณาของศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร หรือ ศ.ต.ภ. สามารถขอหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปและมีอายุหนังสือเดินทางตามหลักเกณฑ์เดียวกับบุคคลทั่วไปนั้น ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญและเป็นข่าวดีสำหรับพระภิกษุสามเณร โดยมีเป้าหมายให้สามารถเข้าสู่หลักเกณฑ์หนังสือเดินทางที่มีอายุสูงสุด 10 ปี เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ยังต้องรอการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายณพลเดช กล่าวต่อไปว่า ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระธรรมทูตไทยที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยต้องพำนักในต่างประเทศเป็นระยะเวลาหลายปีเพื่อเผยแผ่พระธรรม สร้างและดูแลวัด ส่งเสริมการศึกษาและการปฏิบัติธรรม รวมถึงดูแลชุมชนชาวพุทธทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ การที่หนังสือเดินทางมีอายุจำกัดจึงอาจทำให้พระธรรมทูตต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินการด้านเอกสาร ซึ่งในบางกรณีส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการปฏิบัติศาสนกิจ โดยก่อนหน้านี้ตนเคยเชิญกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับปัญหาหนังสือเดินทางของพระภิกษุสามเณร และได้รับข้อมูลว่า หาก มส. มีแนวทางให้พระภิกษุสามเณรสามารถขอหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปที่มีอายุ 10 ปีได้ กรมการกงสุลก็พร้อมดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เมื่อ มส. ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบหลักการ จึงถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ทำให้แนวทางดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้น

นายณพลเดช กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เป็นผลจากการพัฒนานโยบายและการแก้ไขปัญหาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในอดีตสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพรหมสิทธิ เคยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ขยายอายุหนังสือเดินทางของพระภิกษุสามเณรจากเดิม 2 ปี เป็น 5 ปี ซึ่งต่อมาได้มีมติ มส. ปี 2557 เกี่ยวกับการกำหนดอายุหนังสือเดินทางของพระภิกษุสามเณรจาก 2 ปี เป็น 5 ปี อย่างไรก็ตามหนังสือเดินทาง 5 ปี ก็ยังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ การเดินหน้าไปสู่หลักการ 10 ปี จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ เพราะจะช่วยลดภาระการเดินทางกลับประเทศไทย ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลาที่พระธรรมทูตต้องหยุดภารกิจเพื่อจัดการเอกสาร ทำให้สามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างต่อเนื่อง             

“การมีหนังสือเดินทางอายุ 10 ปีนั้น ไม่ได้หมายความว่าพระภิกษุจะได้รับวีซ่าหรือสิทธิพำนักในประเทศปลายทางเป็นเวลา 10 ปีโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการพิจารณาวีซ่าและระยะเวลาพำนักยังเป็นอำนาจของประเทศปลายทาง แต่การที่พระภิกษุสามเณรได้หนังสือเดินทางที่มีอายุยาวขึ้น ย่อมช่วยลดภาระด้านเอกสารและเพิ่มความคล่องตัวในการวางแผนปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ” นายณพลเดช กล่าว