พล.ร.อ.ชยุต นาเวศภูติกร อุปนายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของทีมเรือใบทีมชาติไทย ในการเข้าร่วมศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 ที่เมืองนาโกยะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า สมาคมฯ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัย 8 ประเภท ประกอบด้วย เรือเดี่ยว 4 ลำ (นักกีฬา 4 คน) และเรือคู่อีก 4 ลำ (นักกีฬา 8 คน) รวมนักกีฬาทั้งหมด 12 คน โดย เรือใบ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-3 ต.ค.69
“ทีมเรือใบ ได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาตั้งแต่เดือนมีนาคมและออกตระเวนแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้งหมดเตรียมที่จะเดินทางไปฝึกซ้อมล่วงหน้าที่ไคโย ยอร์ช ฮาร์เบอร์ วันที่ 9 ก.ย.69 เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ กระแสน้ำ และกระแสลมของสนามแข่งขันจริงให้ได้มากที่สุด”

สมาคมฯ ต้องขอขอบคุณ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่สนับสนุนงบประมาณในการขนส่งอุปกรณ์แข่งขัน ซึ่งตอนนี้ดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว และขอบคุณ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ได้ร่วมให้การสนับสนุนงบประมาณให้นักกีฬาได้ไปฝึกซ้อมล่วงหน้า
“นักกีฬาเพิ่งจะผ่านการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์โลก ที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือน ส.ค.69 โดยมี 26 ชาติ เรือ 74 ลำ ซึ่งตอนนี้ในระดับเอเชียถือว่าเราติดอันดับท็อป 3 อยู่แล้ว”
พล.ร.อ.ชยุต นาเวศภูติกร กล่าวอีกว่า ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2023 เรือใบไทย ได้ 2 เหรียญทอง จากประเภท ILCA 4 ชาย ม.ล.เวฆา ภาณุพันธุ์ และหญิง นพภัสสร ขุนบุญจันทร์ ซึ่งขณะนั้นนักกีฬาเป็นระดับเยาวชน แต่ปัจจุบันอายุเกินที่จะไปแข่งประเภทเดิม
“จากการเปรียบเทียบสถิติและแรงกิงของนักกีฬาในทวีปเอเชียด้วยกัน นักกีฬาเรือใบไทยชุดนี้น่าจะคว้าเหรียญรางวัลได้ 3-4 เหรียญ แต่ว่าจะได้ 2 เหรียญทองเท่าครั้งที่แล้วหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมหนักที่สนามแข่งขันจริง ทักษะและความแข็งแกร่งของนักกีฬา รวมถึงสภาพอากาศในวันแข่งขันด้วย โดยรวมแล้วน่าจะมีโอกาสทำได้อย่างน้อย 1 เหรียญทอง” พล.ร.อ.ชยุต กล่าว



