เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ใช้น้ำทำการเพาะเลี้ยง จากโครงการส่งน้ำและรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จากที่มีข่าวทางโซเชียลว่า ชาวประมงพื้นบ้าน ต.หนองสรวง ได้พบปลาน้ำจืดตัวหนึ่งลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว และมีการโพสต์ในโซเชียล ทำให้ภาครัฐที่รณรงค์กำจัดปลาหมอคางดำแตกตื่นเกรงว่าจะมีการระบาดในพื้นที่ภาคอีสาน

โดยเจ้าหน้าที่ประมง จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามเจ้าของโพสต์ดังกล่าวตามข่าวแต่ไม่พบ พร้อมกับมีการวางมาตรการในการป้องกัน โดยจะวางแผนตรวจสอบเพื่อดักจับปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวจำนวน 6 จุด เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ชาวประมงพื้นบ้านได้โพสต์เป็นความจริงหรือไม่

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับการตื่นตัวของภาครัฐที่ต้องการกำจัดปลาหมอคางดำ ที่เชื่อว่าเป็นปลาสายพันธุ์อันตรายแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว จะไปทำลายระบบนิเวศสัตว์น้ำ แต่ในความเห็นของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้งที่ใช้พื้นที่น้ำเขื่อนลำปาว กลับไม่รู้สึกกังวลหรือตกใจว่าจะมีการแพร่ระบาด แต่ในทางกลับกันได้มองถึงวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของคนอีสาน ที่บอกได้ว่าอะไรที่กินได้ ก็จะหาวิธีนำมาประกอบอาหารให้อร่อย

โดยเฉพาะอาหารประเภทปลา หรือ ปลาหมอคางดำ ที่หลายคนมองว่า หากกินแล้วไม่ตาย หรือไม่เป็นพิษต่อร่างกายก็ไม่ต้องไปกลัวอะไร เพราะเชื่อว่ารสชาติของปลาหมอคางดำ หากนำมาปรุงอาหารในรูปแบบอีสาน ก็จะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนทุกเมนู อีกทั้งการแพร่พันธุ์ที่โตเร็ว ก็จะทำให้เป็นการลดค่าครองชีพ เพราะคนอีสานทำนาข้าวเหนียว หากอาหารตามธรรมชาติทั่วไป อะไรที่กินได้ก็กินอีก ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์เร็ว จะได้ไม่ต้องไปซื้อปลาในตลาด หรือหากมีจำนวนมากก็จะนำไปทำปลาร้าไว้กินได้ตลอดทั้งปี

นางนิรมิต ภูหงส์สูง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ครอบครัวตนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาเกือบ 30 ปี พื้นที่เลี้ยงประมาณ 20 ไร่ หลายปีที่ผ่านมาถึงแม้จะมีข่าวพบปลาหมอคางดำในหลายจังหวัด แต่ไม่เคยพบเจอแม้แต่ตัวเดียว ทั้งในการจับกุ้งขาย ไม่ว่าจะใช้อวนลากหรือคว่ำบ่อกุ้ง โดยสูบน้ำออกทั้งหมดแล้วจับตัวกุ้งไปจำหน่าย

อย่างเช้าวันนี้ ก็ไม่เจอปลาหมอคางดำแม้แต่ตัวเดียว ที่เจอปลาก็เพียงปลาช่อน ปลาซิว ปลาสร้อย ที่มีมาเองตามธรรมชาติเท่านั้น เกี่ยวกับปลาหมอคางดำ ที่เคยมีข่าวว่าพบในหลายจังหวัด สำหรับตนไม่รู้สึกกลัวเลย และไม่เชื่อว่ามันจะทำลายระบบนิเวศด้วย เพราะชาวกาฬสินธุ์หรือคนอีสาน นิยมบริโภคปลาทุกชนิดอยู่แล้ว หากพบเจอปลาหมอคางดำ ก็จะจับมาทำอาหารรับประทานในครัวเรือนทันที ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง หากมีปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้ามาในพื้นที่ รับรองถูกจับมาปิ้งย่าง ประกอบอาหารกินกันแน่ หรือหากเจอจำนวนมาก ก็จะทำปลาร้า ซึ่งเป็นการถนอมอาหารถามวิถีอีสานไว้กินนานๆ อีกด้วย

ขณะที่นายอนุชา ฤทธิ์เรือง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและพ่อค้าคนกลางจำหน่ายกุ้งก้ามกราม บ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าว การพบปลาหมอคางดำมาโดยตลอด ว่าหากมีการระบาดในพื้นที่ อาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพการเลี้ยงกุ้งได้ แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยพบว่ามีชาวบ้านหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายได้ พบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือในบ่อเลี้ยงกุ้งเลย เพิ่งจะมีเมื่อวานนี้ที่เห็นข่าวทางโซเชียล และทราบว่าอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ประมงอยู่ ว่าเป็นปลาหมอคางดำหรือปลาประเภทใด

กรณีเรื่องของปลาหมอคางดำ ตนและเพื่อนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านเรา และโซนใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว เป็นชาวอีสาน ไม่รู้สึกตื่นกลัว บางคนยังพูดว่าขอให้พบเจอปลาหมอคางดำเถิด หรือขอให้มาระบาดเยอะๆ เลย จะได้จับมาปรุงอาหารกินกัน เพราะอย่างที่รู้กัน คนกาฬสินธุ์หรือคนอีสานนั้น กินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ตนก็เชื่อว่ารสชาติของปลาหมอคางดำน่าจะอร่อยไม่ต่างจากปลานิล ที่พบในธรรมชาติ ใจจริงก็อยากจะเจอ จะได้จับนำมาทำลาบก้อย หรือต้มยำ เปิบกับข้าวเหนียวจิ้มแจ่ว และจับใส่ไหทำปลาร้ารสแซบนัว ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพบปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ มีรายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ 6 จุด แต่ยังไม่พบปลาหมอคางดำ จึงยังไม่สามารถสรุปยืนยันว่ามีจริง แต่ในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ จะนำทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานประมงจังหวัดสกลนคร เพื่อวางอวนสำรวจโดยละเอียด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แจ้งให้ชาวประมงในพื้นที่ทั้ง 6 อำเภอ รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว รวมทั้งผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 400 ราย จำนวน 12,000 กระชัง เฝ้าระวังและสังเกตว่าพบปลาหมอคางดำหรือไม่ หากพบก็เตรียมแผนการตรวจสอบที่มา และเร่งควบคุมการขยายพันธุ์เพื่อลดจำนวน.