ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้โพสต์เฟตบุ๊ค ส่วนตัว ระบุถึงกรณี ข่าวคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ต่อกรณีที่นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช. ว่า ดิฉันได้หารือร่วมกับทีมที่ปรึกษากฎหมายและเห็นตรงกันว่า คำสั่งดังกล่าวช่วยปลดล็อกให้เกิดความกระจ่างสำหรับ กสทช. เพื่อทำงานต่อไปได้ในหลายประเด็นดังต่อไปนี้
1. คำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ศาลปกครองกลางรับฟ้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช.เป็นที่สุดและมีผลต่อผู้ฟ้องคดีแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงต้องพ้นจากตำแหน่งประธานกสทช.และเกิดสิทธิในการฟ้องต่อศาลปกครองว่าการออกคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้ระบุในเหตุผลประกอบการรับคำฟ้องว่า คำวินิจฉัยดังกล่าว “ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง (๕) และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา ๒๐ วรรคสาม”
เมื่อคำวินิจฉัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานภาพและทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
2. คำสั่งศาลปกครองสูงสุดยังระบุด้วยว่า ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งเพราะมีการกระทำที่เป็นการสละสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งโดยผลของกฎหมายแล้ว
3.. คำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้อธิบายให้ความกระจ่างว่าแม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่มาตรา ๒๐ วรรคสามแห่งพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯยังกำหนดให้กรรมการที่เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 4 คน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งดิฉันเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในฐานะแนวทางแห่งกฎหมายให้กรรมการที่เหลือทุกคนเกิดความมั่นใจในการมาประชุมร่วมกัน เพื่อบรรเทาเบาบางผลจากวาระการประชุมที่คั่งค้างจากการไม่เกิดการประชุมกสทช.ที่ชอบด้วยกฎหมายในช่วงประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
4. หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดของคำสั่งศาลปกครองสูงสุด จะพบว่า การที่ศาลอธิบายเรื่องการฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาโดยกล่าวถึงการรับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาที่ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 และเจ้าหน้าที่ กสทช. เป็นผู้รับไว้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ย่อมถือว่า คำวินิจฉัยนี้มีผลต่อประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ขณะได้รับแจ้ง ซึ่งนั่นหมายความว่าได้มีการทราบถึงการพ้นจากตำแหน่งและทราบว่าตนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นมาแล้ว แต่ยังฝืนที่จะปฏิบัติหน้าที่ตลอดมา จนนำไปสู่การจัดประชุมที่เป็นปัญหาดังกล่าวไปแล้ว
ด้วยผลจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันนี้ ดิฉันจึงหวังเแป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๐ ของพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯและเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ชอบด้วยกฎหมายและเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป



