สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ระบุว่า การลดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นให้ต่ำกว่าระดับ 1.5 องศาเซลเซียสนั้นเป็นไปได้ “แต่มีความไม่แน่นอนสูง” และจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว ตลอดจนดำเนินมาตรการแทรกแซงเพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในชั้นบรรยากาศอยู่แล้ว
ภายใต้ข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558 รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ให้คำมั่นที่จะรักษาระดับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อจำกัดผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว
Global temperature rises to exceed 1.5 Celsius 'within a few years', UNEP says https://t.co/o8MVfZWBFU https://t.co/o8MVfZWBFU
— Reuters (@Reuters) September 2, 2026
อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นอีพีระบุในรายงานว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่อุณหภูมิจะสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการจำกัดระยะเวลาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส
“ทุกปีที่ล่าช้า และทุกเศษส่วนของอุณหภูมิที่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส จะเพิ่มความเสี่ยง และทำให้การฟื้นตัวเป็นเรื่องยากขึ้น โดยอาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แม้อุณหภูมิจะลดลงในภายหลังก็ตาม” รายงานระบุเสริม
แม้สถานการณ์ในแง่ดีที่สุด คือ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 1.8 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม หากปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของแต่ละประเทศที่มีอยู่ทั้งหมด กระนั้น มันมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะสูงกว่านั้นมาก อีกทั้งภายใต้นโยบายปัจจุบัน ภาวะโลกร้อนที่คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยจะมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 2.6 องศาเซลเซียส ภายในปี 2643.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



