เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ภายหลังเสร็จสิ้นช่วงกระทู้ถาม นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขอให้สภาพิจารณาปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเสนอแล้วพบว่า สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นทักท้วงเพราะไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ทักท้วงว่า การพิจารณาญัตติความขัดแย้งในภาคใต้ จะพิจารณาภายหลังจากที่พิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และ รายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะได้ตกลงแล้วว่า จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อรับฟังช่วงที่สภาจะพิจารณาในญัตติด่วน
ทั้งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นคัดค้านเพราะมองว่ารายงานทั้ง 2 ฉบับไม่ใช่เรื่องจำเป็นรีบด่วน เมื่อเทียบกับญัตติที่เกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ และขอให้ใช้มติโหวตตัดสิน อย่างไรก็ดีบรรยากาศในการประชุมเริ่มเป็นไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนยอมรับว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องนำมาพูดกันที่สภา หากจะใช้การโหวตเสียงข้างมากย่อมชนะ และมีรัฐมนตรีนั่งรอโหวตด้วย ดังนั้นหากเห็นชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สำคัญจริง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.สัญจร ทำไมไม่ไปในพื้นที่ ไปแค่ จ.สงขลา และให้ส่วนราชการขึ้นมารายงาน หากเห็นความสำคัญต้องลงไปในพื้นที่
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ คือ การเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาอ้างเพื่อปกป้อง กกต. เพราะรัฐบาลไม่อยากให้อภิปรายรายงานของ กกต.” น.ส.รักชนก อภิปราย
ทำให้ สส.พรรคร่วมรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงคำพูดของ น.ส.รักชนก พร้อมเรียกร้องให้ถอนคำพูด ทั้งนี้ น.ส.รักชนก อภิปรายต่อว่า เหตุที่ไม่ลงไปในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะรัฐมนตรีรักตัวกลัวตาย มีเหตุให้ประท้วงต่อไป แม้ว่านายเลิศศักดิ์ จะวินิจฉัยให้ถอน ทำให้ น.ส.รักชนก กล่าวย้ำและขยายเป็นว่า “ครม. รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย รักตัวกลัวตาย” ทำให้มีการประท้วงคำพูดดังกล่าวและขอให้ถอนคำพูด ซึ่ง น.ส.รักชนก กล่าวถอนคำพูดในเชิงเสียดสีว่า ตนขอถอนคำพูดที่ว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย รักตัวกลัวตายไม่ลงไปในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอภิปรายต่อว่า เหตุที่ยื่นญัตติด่วน เพราะต้องการปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปราย ตนจึงไม่สนับสนุน อย่างไรก็ดีการอภิปรายยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่ง นายเลิศศักดิ์ วินิจฉัยว่าการอภิปรายตามญัตติด่วนด้วยวาจาที่เสนอ เมื่อดูผู้อภิปรายและเวลาแล้ว จะใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที และอาจจะจบพิจารณาประมาณ 18.00 น. ดังนั้นหากไม่มีใครเสนอญัตติเป็นอย่างอื่นจะเข้าสู่การพิจารณา
ทั้งนี้นายพริษฐ์ ลุกขึ้นขอความชัดเจนจากวิปรัฐบาล ต่อการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่เกิดขึ้น และร้องขอให้สภาไม่เร่งปิดประชุมสภา เพื่อสกัดการอภิปรายรายงานของ กกต. โดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า เป็นความจริงที่มีการหารือจากฝ่ายค้าน ที่จะขอให้อภิปรายญัตติปัญหาชายแดนภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตนได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล แต่จากการพูดคุยวิปฝ่ายรัฐบาลขอให้พิจารณาเรื่องน้ำท่วมน่าน ทำให้ตนต้องแบกหน้ามาเจรจา และในการเสนอญัตติด่วนในวันนี้ เป็นสิ่งที่สภาต้องพิจารณาร่วมกัน ดังนั้นอย่าใช้สภาบอกฝ่ายรัฐบาลว่าปิดปากไม่ให้พูด
ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามใช้กลไกสภา ปิดปากคนข้างนอก และยังใช้กลไกสภา ปิดปากสภา ไม่ให้พูดถึงการทำหน้าที่ของ กกต. ดังนั้นจึงเสนอญัตติให้พิจารณาตามระเบียบวาระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในท้ายสุดที่ประชุมต้องใช้การลงมติตัดสิน ทั้งนี้หลังจากเช็กองค์ประชุมแล้ว ก่อนที่จะใช้การลงมติ พบว่าระบบลงคะแนนขัดข้อง ทำให้ต้องรีเซตระบบใหม่ แม้จะใช้เวลารีเซตระบบแล้ว แต่ระบบลงคะแนนไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอให้พักการประชุมก่อน พวกเราจะได้ไปทำการละหมาด ทำให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุม.



