สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่ากองทัพยูเครนรายงานว่า กรุงเคียฟเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน และสร้างความเสียหายต่อที่พักอาศัยและมหาวิทยาลัยใจกลางเมือง


ปฏิบัติการระลอกนี้ยิ่งตอกย้ำวิกฤติ การที่ยูเครนยังคงประสบปัญหาขาดแคลนระบบขีปนาวุธสกัดกั้น โดยเฉพาะในยามที่รัสเซียเร่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน รวมถึงเหตุโจมตีในภูมิภาคโอเดซาที่ทำให้ไฟฟ้าดับกว่า 350,000 ครัวเรือน และการโจมตีที่เมืองดนีโปร ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 และอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย


ทั้งนี้ การที่กองทัพรัสเซียโจมตียูเครนบ่อยครั้งขึ้น และผลกระทบจากการแจ้งเตือนภัยทางอากาศที่ถี่ขึ้นทำให้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเคียฟหยุดชะงัก ประชาชนต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัด ขณะที่สมาชิกรัฐสภาต้องลงไปประชุมในพื้นที่ใต้ดินและใช้ระบบลงมติดิจิทัลแทน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สะดวก


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยใหม่เป็น 2 ระดับ คือขีปนาวุธและโดรน เพื่อความชัดเจนในการรับมือ พร้อมเตรียมเพิ่มทางเลือกการขนส่งบนดินและปรับลดเวลาเคอร์ฟิวให้สอดคล้องกับสถานการณ์


ในเวลาเดียวกัน ยูเครนยกระดับการโจมตีทางยุทธศาสตร์ โดยมีแผนเพิ่มจำนวนโดรนระยะไกลจาก 300 ลำ เป็น 1,000 ลำต่อวัน พร้อมทั้งยื่นเรื่องต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) เพื่อผลักดันให้ประเทศสมาชิกงดใช้น่านฟ้ารัสเซีย โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย จากการที่ยูเครนเตรียมขยายปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเข้าไปในรัสเซียให้มากขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS