เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ภายหลังจากที่มีการพักการประชุม เพื่อแก้ปัญหาระบบลงคะแนนที่มีปัญหาแล้วเสร็จ ได้กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง และได้เข้าสู่การลงมติว่าจะพิจารณาญัตติด่วน ที่เสนอโดยนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้สภาพิจารณาปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งมติเสียงข้างมาก 266 เสียง เห็นชอบ ต่อ 108 เสียง

อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ประชุมจะเริ่มพิจารณาญัตติด่วน การแก้ปัญหาชายแดนใต้ของนายซาการียา สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ก็เกิดความวุ่นวายต่อเนื่อง เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทวงถามญัตติเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุวาระ จึงเสนอนำญัตติดังกล่าวเข้ามา พร้อมขอให้ที่ประชุมเรียกนายกรัฐมนตรี มาตอบญัตติดังกล่าวต่อสภาด้วยตัวเอง ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติในทำนองเดียวกัน แต่ขอให้ รมว.กลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงแทน

โดย น.ส.มัลลิกา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณา ระบุว่า ญัตติของนายอภิสิทธิ์และนายกรวีร์ ไม่สามารถเสนอได้ เพราะเข้าข่ายการเสนอญัตติซ้อนญัตติ ขัดข้อบังคับการประชุม ขอให้ทั้งคู่ถอนญัตติ จึงเกิดการโต้เถียงอย่างหนักกับนายอภิสิทธิ์ ตอบโต้กันไปมาเป็นเวลานาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง น.ส.มัลลิกา อ้างถึงการลงมติให้นำญัตติด่วนของนายซาการียา มาพิจารณาก่อน แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน จะแสดงเจตนาขอถอนญัตติตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถให้ถอนได้ จำเป็นต้องเดินหน้าลงมติ ทำให้นายณัฐพงษ์ ประท้วงว่า ไม่เคยเสนอถอนญัตติตัวเอง เพียงแค่แสดงเจตนาว่า หากที่ประธานรับปาก จะให้พิจารณาญัตติรายงาน กกต. ต่อจากญัตติไฟใต้ ก็พร้อมถอนญัตติให้ น.ส.มัลลิกา โต้กลับทันทีว่า เจตนาที่นายณัฐพงษ์ แสดงออกมา แม้จะมีเงื่อนไขอยู่ด้วย แต่ถือว่าถอนญัตติแล้ว เราทำงานด้วยกันอย่าเล่นการเมืองเยอะ ทำให้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สวนกลับทันทีว่า “ประธานอย่าดึงดราม่า เอาข้อความเท็จมาพูดในสภา ขอให้เดินหน้า อย่าดึงเวลา พยายามดึงดราม่าเรื่อยๆ เลิกพฤติกรรมแบบนี้เถอะ” ทำให้ น.ส.มัลลิกา ตอบโต้ “คุณหมิ่นประมาทพี่นะ รังสิมันต์ โรม พี่ไม่ได้ดึง อยากให้การประชุมดำเนินไปด้วยดี ไม่ได้ดึงเวลา” ขณะที่นายรังสิมันต์สวนกลับว่า “ประธานมีสิทธิฟ้องเลย อย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับญาติด้วย”

จากนั้นที่ประชุมยังคงถกเถียงกันต่อ เรื่องญัตติของนายอภิสิทธิ์ว่า จะนำเข้าสู่การพิจารณาได้หรือไม่ ถกเถียงกันเป็นเวลานาน จนทำให้นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ขณะนี้เราไม่ได้พิจารณาญัตตินายอภิสิทธิ์ แต่พิจารณาญัตตินายซาการียา อีกประเด็นคือ สมาชิกได้เอ่ยถึงประธาน และแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในสภา ประธานยังไม่ได้วินิจฉัย ยังไม่ได้ให้สมาชิกท่านนั้นถอนคำพูด ทำให้ น.ส.มัลลิกา ถามนายรังสิมันต์ จะขอโทษหรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่า จะให้ถอนอะไร ถอนเรื่องประธานดึงดราม่า ไม่มืออาชีพ อ่อนไหวเหลือเกินกับคำพูดแบบนี้ สิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่คือ ต้องการประวิงเวลา ไม่ให้วาระสำคัญที่กระทบต่อท่านเข้าสู่การพิจารณา

ทำให้ น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ไม่ได้ดึงดราม่า แต่พยายามทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ให้เถียงกัน แต่กลายเป็นว่าดึงดราม่า ถ้าคุณไม่ขอโทษ ประธานไม่ได้ว่าอะไร ถ้าจะไม่นับพี่น้องก็ยินดี ไม่ต้องขอโทษ ถ้าคนเป็นพี่น้องกัน เขาจะขอโทษ ให้อภัยกัน เมื่อไม่ขอโทษก็ไม่ต้องนับญาติกัน นายรังสิมันต์ สวนทันทีว่า “ด้วยความยินดีครับ” ขณะที่ น.ส.มัลลิกา ตอบกลับว่า “ยินดีมากเลย ท่านรังสิมันต์ โรม จำคำพูดไว้นะ”
จากนั้นจึงตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติแก้ปัญหาชายแดนใต้ของนายซาการียา.



