รายงานฉบับใหม่ของกลุ่มธนาคารโลกที่เปิดตัวในงาน Bangkok Business Summit 2026 ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผ่านการเร่งการขยายตัวของผลิตภาพ ด้วยการยกระดับศักยภาพและการสร้างพลวัตในภาคธุรกิจ แรงงาน และระดับท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสร้างงานที่มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น
นายสตีเฟน เอ็น เอ็นเดกวา ผู้อำนวยการของธนาคารโลก ประจำประเทศไทยและเมียนมา (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า การเติบโตในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยการขยายตัวของผลิตภาพที่เข้มแข็งขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการปรับใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ทักษะแรงงาน การเพิ่มมูลค่าในประเทศ ภาคธุรกิจที่แข่งขันได้มากขึ้น และเมืองที่มีผลิตภาพสูง เมื่อดำเนินการปฏิรูปเหล่านี้ร่วมกัน จะช่วยให้ไทยเข้าสู่เส้นทางการขยายตัวของรายได้ต่อหัวที่ 5.4% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่จำเป็นต่อการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 80
“ประเทศไทยเคยสร้างการเติบโตที่พลิกโฉมประเทศมาก่อนหน้านี้ โดยใช้ระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วอายุคน และไทยสามารถทำได้อีกครั้ง กลุ่มธนาคารโลกพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีการพัฒนาอื่น ๆ เพื่อนำองค์ความรู้ระดับโลก เงินทุน และประสบการณ์ด้านการดำเนินงานมาสนับสนุนการปฏิรูปที่จะยกระดับผลิตภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น”
นายคาร์ลอส เฟลิเป้ คารามิลโย รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก กล่าวว่า เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงของไทยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่การจะไปให้ถึงต้องอาศัยการเติบโตรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยประเทศไทยสามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่ ด้วยการเปิดทางให้ธุรกิจจำนวนมากขึ้นขยายกิจการและแข่งขันได้ การลงทุนในทักษะแรงงานและนวัตกรรม และการทำให้ผลของความมั่งคั่งกระจายไปถึงประชาชนและชุมชนทั่วประเทศ
การสร้างกำลังแรงงานแห่งอนาคตของไทยมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาค่าจ้างต่ำ ไปสู่ทักษะ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้นเป็นลำดับ การเสริมสร้างทักษะพื้นฐาน ทักษะอาชีวศึกษา และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ การขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเพิ่มพูนความคล่องตัวทางสังคม และการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการจ้างงานที่มีประสิทธิภาพได้ยาวนานขึ้น จะช่วยยกระดับผลิตภาพและเปิดเส้นทางไปสู่งานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการสร้างเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อสร้างงานที่ดีในพื้นที่ที่หลากหลายขึ้น ด้วยการเสริมความเข้มแข็งให้เมืองรองเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนากรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมากขึ้น



