สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ คว่ำบาตรบริษัทคิวบา 5 แห่ง ประกอบด้วยธนาคาร “บังโก เอ็กซ์เตริออร์ เด คิวบา” บริษัทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนิกเกิล 2 แห่ง และบริษัทพลังงานอีก 2 แห่ง และนายฟิเดล เออร์เนสโต คาสโตร วัย 31 ปี หลานชายของอดีตประธานาธิบดีราอูล คาสโตร วัย 95 ปี


ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อคิวบาตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ ด้วยมาตรการซึ่งรวมถึง การจำกัดการเข้าถึงน้ำมันและขู่เก็บภาษีประเทศที่ยังส่งน้ำมันให้คิวบา ยิ่งซ้ำเติมระบบไฟฟ้าที่เปราะบาง ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศหลายครั้ง รวมทั้งกระทบการขนส่งสินค้าและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน


แม้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตือนว่า สถานการณ์ในคิวบาอาจลุกลามเป็นวิกฤติด้านมนุษยธรรม แต่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การคว่ำบาตรมีเป้าหมายตอบโต้ชนชั้นนำคิวบาที่ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์จากชาวคิวบา


ด้านนายบรูโน โรดริเกซ รมว.การต่างประเทศคิวบา กล่าวหาว่า รัฐบาลวอชิงตันเป็นต้นเหตุของวิกฤติ และปฏิเสธว่าคิวบาเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ


อย่างไรก็ตาม ต่อมา คิวบายังประกาศกฎระเบียบใหม่ เพื่อดึงดูดการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและแรงกดดันจากสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS