เมื่อวันที่ 4 ก.ย. นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรม สบส. ได้รับเบาะแสการผ่าตัดในสถานพยาบาลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตห้องผ่าตัด อีกทั้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดนอกเวลาขออนุญาตของสถานพยาบาลนั้น จึงสั่งการพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม สบส. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานพยาบาลดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลที่ได้รับการร้องเรียนในเบื้องต้น

สถานพยาบาลดังกล่าว คือ “ดร. ต. คลินิก” (นามสมมุติ) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนบางบอน 3 เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ได้รับอนุญาตให้บริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30–22.00 น. โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเดินทางถึงสถานพยาบาลดังกล่าว เมื่อเวลา 13.30 น. แต่พบว่าประตูมีการปิดมิดชิด จึงได้มีการประสานและเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม เพื่อเข้าพื้นที่ โดยในช่วงเวลา 14.30 น. ทางสถานพยาบาลได้ยินยอมเปิดประตูให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ เข้าตรวจสอบ ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบพบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และพนักงานสถานพยาบาล จำนวน 3 คน 

แพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ให้การว่าได้ให้บริการทำหัตถการดึงหน้า ตั้งแต่เวลา 10.30 น. จนเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 14.20 น. ซึ่งอยู่นอกเวลาอนุญาตให้บริการของสถานพยาบาล อีกทั้ง ยังพบการต่อเติมห้องผ่าตัดโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดในเบื้องต้น 3 ข้อหา ได้แก่ 1.มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ห้องหัตถการ เปลี่ยนแปลงเป็นห้องผ่าตัดเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ซองยาไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ 3.มีการเปิดสถานพยาบาลไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรม สบส. จะมีคำสั่งให้ระงับการใช้ห้องผ่าตัดไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตเพิ่มเติม พร้อมรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ต่อไป

ด้านทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า แม้ว่าสถานพยาบาลจะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากเข้ารับบริการหัตถการทางการแพทย์นอกเวลาที่ได้รับอนุญาต และในห้องผ่าตัดที่ไม่ได้รับอนุญาต ก็มีความสุ่มเสี่ยงหลายประการ ทั้งการขาดบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาจไม่มีแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพอยู่จริง หรือใช้หมอเถื่อนมาให้บริการ หรืออุปกรณ์การแพทย์อาจไม่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเนื่องจากอยู่นอกเวลา เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการรักษาผิดพลาด

ประการสำคัญ เมื่ออยู่นอกเวลาทำการ อาจจะขาดความพร้อมของระบบช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หากผู้ป่วยมีอาการแพ้ยา หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงระหว่างการรับบริการก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ขอให้ผู้รับบริการทุกท่านตรวจสอบข้อมูลของสถานพยาบาลทุกครั้งก่อนรับบริการ ทั้งในส่วนของการได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล จากเว็บไซต์ สบส.(www.hss.moph.go.th) และตัวแพทย์ผู้ให้บริการ จากเว็บไซต์แพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th) ว่ามีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่พบชื่อก็ขอให้หลีกเลี่ยงการรับบริการและรีบแจ้งเบาะแสมาที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2193 -7002 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.