ภายในห้องจัดแสดงอัจฉริยะของบริษัทซาฟารีคอม ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของเคนยา มนุษย์ดิจิทัลซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีจีนกำลังสาธิตบริการหลักของบริษัทแบบเรียลไทม์ พร้อมนำเสนอข้อมูลจากรายงานทางการเงินแก่ผู้เข้าชมผ่านฟังก์ชันโต้ตอบอัจฉริยะ
ท่ามกลางตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจดิจิทัล บริษัทปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ของจีนกำลังขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภายในประเทศ และปรับให้สอดคล้องกับภาษาท้องถิ่น ตลอดจนความต้องการเฉพาะของแต่ละภาคอุตสาหกรรม
ที่ผ่านมา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกมักมุ่งเน้นภาษาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ส่งผลให้ชุมชนที่ใช้ภาษาซึ่งมีผู้พูดจำนวนน้อยยังไม่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจึงเตือนว่า ประเทศที่ใช้ภาษาซึ่งไม่แพร่หลายอาจเสี่ยงถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในยุคเอไอ และปัญหาช่องว่างทางเทคโนโลยี กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่บริษัทเอไอของจีนให้ความสำคัญมากขึ้น
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการประมวลผลเสียงและภาษา บริษัทไอไฟเทค ( iFLYTEK ) ของจีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับหลายภาษา โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้านเสียง “สปาร์ก” สามารถรองรับทั้งการรู้จำเสียงพูดและการแปลภาษาได้พร้อมกันมากกว่า 130 ภาษา
เพื่อเจาะตลาดอาเซียน ไอไฟเทคได้สร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน โดยอาศัยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน คลังข้อมูลภาษาขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ ก่อนเปิดตัว “ฐานโมเดลภาษาขนาดใหญ่พหุภาษาสำหรับอาเซียน” ( Spark ASEAN Multilingual Large Model Base )
ฐานโมเดลดังกล่าวรองรับ 10 ภาษา รวมถึงภาษามลายู ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาเวียดนาม และภาษาไทย โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลชั้นนำระดับนานาชาติ แม้ใช้จำนวนพารามิเตอร์น้อยกว่า ซึ่งช่วยให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถนำเอไอ ไปประยุกต์ใช้ในงานเฉพาะด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
บริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายประเทศ เช่น ลาว มาเลเซีย และไทย ขณะที่ในมาเลเซีย ไอไฟเทคได้ร่วมมือกับบริษัทเอนจอย ทีวี แอนด์ ฟิล์ม บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จัดตั้งศูนย์พากย์เสียงและแปลภาษาหลายภาษาอัจฉริยะ โดยใช้โมเดลดังกล่าวรองรับการแปลมากกว่า 130 ภาษา และมุ่งพัฒนาระบบนิเวศการพากย์เสียงอัจฉริยะที่เน้นตลาดเอเชีย
นายต่ง ปิน รองประธานฝ่ายการตลาดแบรนด์ของไอไฟเทค กล่าวว่า โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักยังมีข้อจำกัดอย่างชัดเจนเมื่อนำไปให้บริการในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง ขณะที่ความต้องการโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับภาษาท้องถิ่นนั้น มีอยู่จริงและอยู่ในระดับสูง
บริษัทได้เปิดซอร์สโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้นักพัฒนาจากต่างประเทศเกือบ 600,000 ทีมสามารถนำอัลกอริทึมและเครื่องมือด้านเสียงพูดของบริษัท ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของตน นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าผลักดันโซลูชันเอไอ ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปสู่ตลาดต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งภาคการศึกษา การแพทย์ และสำนักงาน
ขณะเดียวกัน บริษัทจีนจำนวนมากขึ้นกำลังนำเสนอทางเลือกด้านเอไอ ที่หลากหลายให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา ผ่านรูปแบบความร่วมมือและการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน
หนึ่งในตัวอย่างคือบริษัทดีปซีค ( DeepSeek ) ซึ่งโมเดลแบบเปิดของบริษัทเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับนักพัฒนาในแอฟริกา โดยมีค่าใช้บริการประมาณ 0.27 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 8.89 บาท ) ต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลนำเข้า และ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 36.21 บาท ) ต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลส่งออก ซึ่งถูกกว่าทางเลือกจำนวนมากในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเปิดซอร์สยังช่วยลดต้นทุนและอุปสรรคสำหรับนักพัฒนาในท้องถิ่นในการเริ่มต้นใช้งาน
ที่กรุงไคโร บริษัทหัวเว่ยเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาอาหรับที่มีพารามิเตอร์ 1 แสนล้านรายการเป็นครั้งแรก โดยฝึกฝนจากชุดข้อมูลภาษาอาหรับในท้องถิ่นจากภาคการเงิน พลังงาน และน้ำมันและก๊าซ โมเดลดังกล่าวมีความแม่นยำในการรู้จำเสียงพูด 96% และให้บริการครอบคลุมกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคที่ใช้ภาษาอาหรับ ซึ่งช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ภายในประเทศของแต่ละเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ข้อมูลท้องถิ่นที่สะท้อนบริบททางวัฒนธรรมและภาษาของแต่ละพื้นที่
ด้านบริษัท 01.AI ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ได้ร่วมมือกับคาซัคสถานจัดตั้งบริษัท Q.AI เพื่อพัฒนาและนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เอเจนต์ AI และแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการในท้องถิ่นไปใช้งาน
นายหลี่ คายฟู่ ซีอีโอของ 01.AI กล่าวว่า บริษัทเคารพในอธิปไตยด้านข้อมูลของแต่ละประเทศ และให้ความสำคัญกับการติดตั้งระบบและดำเนินงานภายในประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วม และยั่งยืน พร้อมระบุว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างคาซัคสถาน ไม่ควรเพียงซื้อโมเดลหรือว่าจ้างบุคคลภายนอกให้จัดหาเทคโนโลยีเอไอ แต่ควรพัฒนาขีดความสามารถด้านเอไอของประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยข้อมูล ภาษา อุตสาหกรรม และกฎระเบียบด้านการกำกับดูแลของตนเองเป็นพื้นฐาน
แนวทางของบริษัทเอไอ จีนในการขยายสู่ตลาดโลกมีจุดร่วมอย่างชัดเจน คือการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่พันธมิตรในท้องถิ่น มากกว่าการเข้ามาแทนที่ โดยความร่วมมือเหล่านี้มุ่งส่งเสริมการเติบโตทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง และช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาลดช่องว่างทางดิจิทัล ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ได้รับความสำคัญทั้งจากภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายของจีน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : People’s Daily, XINHUA



