เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ติดตามความคืบหน้าคดีของ นายพลกฤณ์ และนางสาวศิริพร อายุ 37 ปี สามีภรรยาชาวตำบลบ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงของ “น้องข้าวปั้น” อายุ 16 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุขี่รถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์ชน โดยคู่กรณีเป็นตำรวจยศสารวัตร

โดยวันนี้ (6 ก.ย.) ครอบครัวเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก และ ร.ต.ท.พิรุฬห์วัฒน์ ใจปินตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับคดี และติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พนักงานสอบสวนยึดรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งพบจอดอยู่บริเวณหลังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ พิสูจน์หลักฐาน 6 จะเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยศสารวัตร ชื่อตัวย่อ “อ.” ซึ่งเป็นคู่กรณีในคดีดังกล่าว ยังไม่มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

คุณพ่อบุญธรรมของน้องข้าวปั้น ยังคงอยู่ในความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกชาย ขณะที่ น้าสาวของน้องข้าวปั้น เปิดเผยหลังเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่เกิดเหตุแล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
น้าสาว กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากที่คนชนใจร้ายกับน้องมาก เพราะหลังจากชนแล้วกลับไม่ลงมาดูแลน้องเลย แต่เลือกที่จะหลบหนี จนกระทั่งถึงวันนี้ที่ครอบครัวได้เผาร่างและนำอัฐิไปลอยอังคารแล้ว ก็ยังไม่ได้พบหน้าคนที่ชนเลย

“มันเจ็บจนพูดไม่ออก ที่เราต้องสูญเสียลูกคนหนึ่งไป” น้าสาว กล่าวและว่า การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เพราะตนเองเลี้ยงหลานมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ รักและทะนุถนอมเขามาโดยตลอด มอบสิ่งดีๆ ให้เขาเสมอมา แม้แต่การตีหลาน ตนเองยังไม่เคยตีเลย พร้อมตั้งคำถามถึงคนขับรถที่ชนว่า “แล้วคนชนเป็นใคร มาทำให้หลานตัวเองต้องเจ็บขนาดนี้”
น้าสาวยังกล่าวด้วยว่า อยากฝากไปถึงคนชนว่า “เขาใจร้ายมาก” แม้แต่ชนหมาชนแมว คนเรายังรู้สึกเสียใจ แต่นี่เป็นคนทั้งคน กลับไม่ลงมาดูดำดูดีหรือช่วยเหลือกันเลย จิตใจคุณทำด้วยอะไร ทำไมคุณปล่อยให้เรื่องมาถึงขนาดนี้ อยากให้ออกมารับผิดชอบกรรมที่ทำไว้

ทั้งนี้ ครอบครัวยังคงติดตามการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด และต้องการให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การเสียชีวิตของน้องข้าวปั้นได้รับความเป็นธรรม และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป



