เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 7 ก.ย. 69 นาย ABDUL SAJID อายุ 45 ปี นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย พร้อมเพื่อนร่วมชาติ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ว่าที่ ร.ต.อ.กิตติพงษ์ แถลงกัน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา หลังอ้างว่าถูกหลอกให้ซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร และน้ำมันมะพร้าว ที่ใช้ปลูกผม และลดความอ้วนได้ โดยถูกเรียกเก็บเงินรวม 11,000 บาท

นาย ABDUL SAJID เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ ได้พบชายชาวต่างชาติบริเวณหน้าโรงแรม ทำทีเข้ามาทักทายตีสนิท ก่อนพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเส้นผมและสุขภาพ พร้อมแนะนำว่า มีสมุนไพรที่สามารถปลูกผม และช่วยลดความอ้วนได้ โดยแจ้งราคาเบื้องต้นเพียง 600 บาท ก่อนชักชวนให้ไปดูสินค้าภายในร้านขายสมุนไพร ตั้งอยู่บริเวณถนนพัทยาสาย 2 ภายในโครงการใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ผู้เสียหายระบุว่า จากนั้นได้ติดตามชายคนดังกล่าวไปยังร้านขายสมุนไพร เมื่อเข้าไปภายในร้านพบชายสูงวัย 3 คน ก่อนถูกชักชวนพูดจาหว่านล้อม และกดดันให้ซื้อสินค้า ซึ่งขณะนั้น ภายในร้านมีการนำผงสมุนไพรบางอย่างมาผสมกัน ก่อนถูกเรียกเก็บเงินสูงถึง 11,000 บาท ไม่ใช่ตามที่แจ้งไว้ 600 บาท ด้วยความหวาดกลัวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงยอมจ่ายเงินเพื่อออกจากร้าน โดยได้รับผลิตภัณฑ์กลับมาเพียง 1 ขวด เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ลักษณะเป็นโลชั่น หรือน้ำมันมะพร้าว ซึ่งมีราคาตามท้องตลาดราว 100 บาท ต่อขวด

สำหรับเงินที่ผู้เสียหายจ่ายให้กับร้าน ระบุว่าเป็นเงินอินเดียสกุลรูปีที่โอนผ่านธนาคารจำนวน 20,000 รูปี เงินสด 6,000 รูปี และเงินสดไทยอีก 2,000 บาท รวมแล้วคิดเป็นเงินไทยราว 11,000 บาท

หลังรับแจ้งความ ร้อยเวรเจ้าของคดีได้ประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้พาผู้เสียหายชี้จุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียภาคตะวันออก ซึ่งได้รับการประสานจากผู้เสียหาย ได้เดินทางพร้อมกลุ่มเพื่อนชาวอินเดียมาร่วมตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ระหว่างการตรวจสอบภายในร้านไม่พบเจ้าของร้าน พบเพียงนายสถาพร อายุ 21 ปี ซึ่งรับว่า เป็นผู้ดูแลร้าน โดยนายสถาพร ปฏิเสธว่า ไม่ทราบและจำไม่ได้ว่าเคยขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียผู้เสียหายหรือไม่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา แต่นายสถาพร ไม่ได้ตอบคำถาม และใช้โทรศัพท์ติดต่อบุคคลภายนอกอยู่ตลอดเวลา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเชิญตัว นายสถาพร ไปพูดคุยที่ สภ.เมืองพัทยา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่สามารถควบคุมตัวได้ ทำได้เพียงเชิญมาพูดคุยและว่ากล่าวตักเตือน โดยมีนายลักษมัน ซิงห์ พร้อมกลุ่มเพื่อนชาวอินเดีย ร่วมพูดคุยและสอบถามข้อมูล

ต่อมา เจ้าของร้านได้แจ้งให้ นายสถาพร คืนเงินให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียจำนวน 10,000 บาท ผู้เสียหายพอใจและรับเงินคืน ก่อนเดินทางกลับไปยังที่พัก

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำกลับมาตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์การขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้กับนักท่องเที่ยว ที่ก่อนหน้านี้ มีร้านลักษณะดังกล่าว เคยมีประเด็นเกี่ยวกับการจำหน่ายสมุนไพรโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ให้กับนักท่องเที่ยวมาก่อน และเมื่อเกิดปัญหามักมีการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้เดินหน้าไปสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้าตรวจสอบร้านขาายสมุนไพร ผู้เสียหายได้ถ่ายทอดเหตุการณ์ผ่านการไลฟ์สดบนสื่อสังคมออนไลน์ตลอดเวลา ส่งผลให้เหตุการณ์ถูกเผยแพร่ไปยังผู้ติดตาม และผู้ชมบนโลกออนไลน์ในวงกว้าง

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถูกจับตามอง เนื่องจากไม่ได้กระทบเพียงผู้เสียหายรายเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ทั้งนี้ มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรลวงโลกในพื้นที่อย่างจริงจัง ทั้งตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้ตรวจสอบทั้งรูปแบบการจำหน่ายสินค้า การโฆษณาสรรพคุณ ตลอดจนพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำ และไม่ให้ปัญหาจบลงเพียงการคืนเงิน

สำหรับเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร้านดังกล่าว รวมถึงพฤติการณ์ตามคำให้การของผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.