ภูมิทัศน์การเมืองเยอรมนีและยุโรปต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งระดับรัฐที่ซัคเซิน-อันฮัลต์ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ท้องถิ่น แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดถึง “กระแสขวาจัด” ที่กำลังแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วยุโรปและเริ่มทลายกำแพงของพรรคการเมืองกระแสหลักลงอย่างราบคาบ
ผลการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ บ่งชี้ว่า พรรคเอเอฟดีกวาดคะแนนเสียงไปได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 44% ทิ้งห่างพรรครัฐบาลอย่างสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (ซีดียู) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ที่คะแนนร่วงลงไปเหลือเพียงราว 17.5%

นายอุลริช ซีคมุนด์ แกนนำพรรคเอเอฟดีประจำรัฐเซิน-อันฮัลต์ ประกาศชัดเจนว่า คือ “การสร้างประวัติศาสตร์” แม้พรรคอาจได้ที่นั่งในสภา 39 ที่นั่งจากทั้งหมด 83 ที่นั่ง ซึ่งจะขาดเพียง 3 เสียงสำหรับการครองเสียงข้างมากเด็ดขาด แต่ก็นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ที่พรรคขวาจัดสุดโต่งมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐของเยอรมนี
ปรากฏการณ์ที่รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี เนเธอร์แลนด์ หรือฝรั่งเศส กระแสความนิยมในพรรคขวาจัดเติบโตขึ้นจากความโกรธเกรี้ยวและความไม่พอใจของประชาชน โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญ ได้แก่
วิกฤติความไว้วางใจและเศรษฐกิจ ปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกของเยอรมนี รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งจากนโยบายส่วนกลาง ปัญหาค่าครองชีพและช่องว่างทางเศรษฐกิจ ทำให้พรรคที่ชูนโยบายชาตินิยมและปกป้องผลประโยชน์ท้องถิ่นได้รับแรงสนับสนุน
นโยบายผู้อพยพสุดโต่ง ซึ่งการเปิดรับผู้อพยพในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของเยอรมนี ทำให้พรรคเอเอฟดีใช้จุดยืนต่อต้านการย้ายถิ่นฐานอย่างแข็งกร้าวเป็นเครื่องมือดึงดูดโหวตเตอร์ โดยซีคมุนท์ถึงขั้นประกาศนโยบายส่งกลับผู้อพยพ หากได้เป็นรัฐบาลกลาง
ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน นโยบายที่ต้องการลดการสนับสนุนยูเครนและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดนใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เหนื่อยล้าจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงคราม และราคาพลังงานที่พุ่งสูง
ชัยชนะของพรรคเอเอฟดี ทำให้พรรคการเมืองกระแสหลักต้องเผชิญกับทางตัน ที่ผ่านมา พรรคสายกลางและสายซ้ายในเยอรมนีใช้ยุทธศาสตร์ “แนวร่วมกำแพงกั้น” โดยปฏิเสธที่จะร่วมมือหรือจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายขวาจัด

อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคเอเอฟดีครองเสียงถึง 44% การรักษากำแพงนี้ไว้หมายความว่า พรรคที่เหลือต้องพยายามรวมตัวกันอย่างทุลักทุเลเพื่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพ การกีดกันพรรคอันดับหนึ่งยังอาจถูกมองว่าเป็นการเพิกเฉยต่อเจตนารมณ์ของประชาชนมากกว่าครึ่งรัฐ และกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้พรรคเอเอฟดีนำไปโจมตีชนชั้นนำได้อีก
การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเยอรมนี การที่พรรคฝ่ายขวาจัดสามารถแทรกซึมเข้าสู่กลไกบริหารรัฐ สั่นคลอนค่านิยมประชาธิปไตยเสรีนิยมที่ยุโรปยึดถือมาตลอดยุคหลังสงคราม
การเติบโตของพรรคเอเอฟดีส่งสัญญาณเตือนถึงพรรคสายกลางทั่วทั้งทวีปยุโรปว่า การใช้เพียงวาทกรรมต่อต้านความสุดโต่งนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป หากไม่มีการแก้ไขปัญหาปากท้องและความมั่นคงในชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนก็พร้อมที่จะหันไปหาทางเลือกที่เด็ดขาดกว่าเสมอ
ชัยชนะที่รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ จึงเป็นเสมือนหัวหาดสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า “การเมืองแบบขวาจัด” ไม่ใช่เพียงคลื่นใต้น้ำ แต่กำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” ที่ทั่วยุโรปต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



