เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้นายพีรณัฐ ระทวย หรือ “น้องข้าวปั้น” อายุ 16 ปี เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนรถยนต์คันดังกล่าวจะขับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ
ภายหลังตำรวจสืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นนายตำรวจระดับสารวัตร ยศ พ.ต.ท. และได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พร้อมกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งแสดงความประสงค์จะชดใช้และเยียวยาความเสียหาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่น มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และ ขับรถหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของศาลแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว ส่วนการดำเนินคดีหลังจากนี้ จะต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุเพิ่มเติม รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ว่าผู้ต้องหามีการดื่มสุราก่อนเกิดเหตุหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบกรณีป้ายทะเบียนรถยนต์คันเกิดเหตุ เนื่องจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าเพิ่งซื้อต่อรถยนต์คันดังกล่าวมา จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดการครอบครองและการโอนรถว่ามีการซื้อขายต่อกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงในคดีมีความชัดเจน ส่วนทางต้นสังกัดของผู้ต้องหา คือ บก.สส.ภ.6 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่เป็นผู้ต้องหา
ด้าน พ.ต.อ.วัชรพงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไม่ได้ปล่อยปละละเลย และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่มาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะการติดตามหาตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากพบประเด็นเกี่ยวกับทะเบียนรถที่ไม่ตรงกับตัวรถ

สำหรับไทม์ไลน์การสืบสวน หลังเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 02.47 น. วันที่ 2 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและไล่เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กระทั่งวันที่ 3 ก.ย. สามารถรวบรวมข้อมูลและทราบเส้นทางของรถคันเกิดเหตุได้อย่างชัดเจนก่อนเร่งพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด
จากนั้นวันที่ 4 ก.ย. ตำรวจมีความมั่นใจว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุ โดยพบข้อมูลว่ากำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จึงมีการประสานติดตามตัว กระทั่งได้รับการแจ้งว่าจะเดินทางเข้ามอบตัวในวันที่ 7 ก.ย. แต่ต่อมาผู้ต้องหาแจ้งว่า หากสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ก่อน ก็จะเดินทางเข้ามอบตัวทันที
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาขับรถหลบหนีหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วัชรพงษ์ ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดอาการตกใจหลังเกิดเหตุจึงขับรถออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน ขณะที่ประเด็นว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์หรือไม่นั้น ยังต้องส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อให้มีผลตรวจเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลตรวจแอลกอฮอล์และรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริงและขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะที่การพบกันระหว่างผู้ต้องหาและครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก แจ้งว่า ทราบจากญาติว่าเพิ่งเจอกันเมื่อวันมามอบตัว 6 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการพูดคุยเรื่องเยียวยาค่าเสียหายระหว่างทั้งสองฝ่าย



