เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระสอง เป็นวันแรก

เข้าสู่การพิจารณารายมาตรา โดยในมาตรา 4 งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้ตั้งไว้จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท มีกรรมาธิการและ สส. อภิปรายเป็นจำนวนมาก เพื่อขอให้ตัดลดงบประมาณลง เนื่องจากมีงบหลายรายการที่ไม่จำเป็น สามารถตัดลดลงได้อีก

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ. เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ภาพรวมงบลงทุนที่มีปัญหา นอกจากการลดงบรายจ่ายลงทุนแล้วยังพบความบิดเบือน จงใจเลี่ยงข้อกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้ต้องมีงบประมาณรายจ่ายเพื่อลงทุนมีอย่างน้อย 20% แต่รัฐบาลใช้การเล่นคำเพื่อเลี่ยงกฎหมาย บางจุดใช้คำว่ารายจ่ายลงทุน รายจ่ายเพื่อการลงทุน ซึ่งไม่เท่ากับงบลงทุน หากนับเฉพาะส่วนที่นิยามชัดเจนว่าเป็นงบลงทุน มีเพียง 13% ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ขณะเดียวกันเมื่อเทียบงบลงทุนเมื่อปี 2569 พบว่ามีสัดส่วนลดลง 13%

“งบลงทุนปี 70 ต่ำมากและยังพบการเล่นคำ นับบางรายการเพิ่ม เรียกว่าเป็นรายจ่ายลงทุน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย คือ ผ่านตามกฎหมายสไตล์ศรีธนญชัย นอกจากนั้นแล้วยังพบว่างบลงทุนส่วนใหญ่ยังใช้กับโครงการถนน และโครงการน้ำจำนวนมาก ซึ่งผมมองว่างบปีนี้ถูกจัดสรรแบบไม่เห็นอนาคต นอกจากนั้นยังพบว่าผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษได้โครงการมากขึ้นเพื่อเพียงพอต่อการแบ่งฮั้ว และพบว่า นักการเมืองและข้าราชการปั้นโครงการเพื่อจัดสรรให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะที่ผู้รับเหมาชั้นธรรมดา หรือผู้ประกอบการตายเรียบ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยงานที่งบลงทุนจำนวนมากอยู่ใน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง และที่หนักที่สุดคือกรมทางหลวง (ทล.) ที่ได้งบแสนล้านบาท ซึ่งจงใจจัดมาให้พอต่อการฮั้ว ปี 2569 มี 69 โครงการ ปี 2570 มี 70 โครงการ ทั้งที่ภาพรวมงบลงทุนลดลง 13% อย่างไรก็ตามงบที่สร้างอนาคต เช่น งบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดลง 32% เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท แม้ กมธ. จะคืนให้ 4,000 ล้านบาท แต่สวนทางกับการพัฒนา

“การจัดงบเพื่อลงทุน ไม่ควรเป็นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่ควรชั่งน้ำหนักในความจำเป็น นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ สั่งการให้ข้าราชการตอบคำถามกับตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบงบประมาณ โดยเฉพาะข้าราชการที่จัดงบส่อไปในทางมิชอบ เลือกไม่ส่งเอกสาร หรือส่งแบบขอไปที เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แม้ตอบกลับเอกสาร แต่ตอบว่าไม่ให้เพราะเอกสารลับ ดังนั้นขอให้ กมธ. ทำหนังสือไปยัง ครม. เพื่อขอให้ส่งเอกสารที่ กมธ. ทวงถาม แม้ กมธ. จะหมดวาระไปแล้ว” นายสุรเชษฐ์ กล่าว